ื่อยิ้มขณะอธิบาย “รอจนพวกท่านได้ลองปักดำจริง ๆ จัง ๆ ก็จะเข้าใจว่างานพวกนี้เมื่อยเอวขนาดไหน แต่ไม่เป็นไรเลย ปีนี้พวกท่านใช้ที่นาเพียงหนึ่งหมู่มาทดลองทำนาน้ำ คนทั้งบ้านช่วยกันทำ ไม่นานก็เสร็จแล้ว อดทนเอาไว้เดี๋ยวก็ผ่านไปเอง”
คนผู้นั้น “…”
ฟังเจ้าพูดแล้ว ไฉนรู้สึกว่าน่ากลัวพิกล?
“มีชาวนาคนไหนกลัวลำบากด้วยรึ?” มีคนไม่เชื่อเช่นกันจึงไม่เก็บคำพูดของหลี่ซื่อมาใส่ใจ
แต่เรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญ เพราะเย่อวี๋หรานเรียกให้ไปดูการปักดำแล้ว
ต้นกล้ากระจาดหนึ่งส่งมาถึงเบื้องหน้าพวกหลิ่วซื่อ แต่ละคนหยินมัดกล้าขึ้นมาคนละไม่กี่มัด
จูต้ารับกล้าส่วนที่เหลือมาโยนไปยังพื้นที่ว่างเบื้องหลังพวกนาง
“ต้นกล้าพวกนี้ไม่ได้เปราะบางอย่างที่พวกท่านคิด แค่โยนไปแบบนี้ไม่ได้มีผลกระทบกับพวกมันมากมาย”
“แต่พวกท่านต้องระวังให้ดี จะต้องให้ด้านนี้หันหัวลงข้างล่าง จะโยนสลับกันไม่ได้”
“แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าลงไปเหยียบในนาจนเป็นหลุมเป็นบ่อ ทั้งยังประหยัดแรงได้อีกต่างหาก”
……
ระหว่างที่เย่อวี๋หรานกำลังพูด จูต้าก็ทำงานเสร็จแล้ว จากนั้นก็หาบกระจาดจากไป
บรรดาผู้หญิงสกุลจูกำลังขึงเชือกสำหรับปักกล้า
ผู้หญิงที่ยืนอยู่สองฝั่งของแปลงนารับผิดชอบขึงเชือก ส่วนตรงกลางเพียงปักกล้าไปก็พอแล้ว ระยะห่างระหว่างแถวแนวนอนพอเหมาะพอเจาะ ขณะที่ระยะห่างระหว่างแถวแนวตั้งนั้นให้ยึดตามปมบนเชือก
ผ่านไปไม่นาน ภาพแปลงนาที่มีต้นกล้าเรียงรายเป็นระเบียบก็ปรากฏส