นมือ คิดว่ายาอายุวัฒนะนี้ควรหาคนมาทดลองเสียก่อน จะได้รู้ผลลัพธ์ของมัน แต่จะหาใครมาลองเล่า?
เธอเดินพึมพำออกไปนอกอาศรม ถือยาอายุวัฒนะไว้ในมือพลางมองไป ครุ่นคิดว่าจะให้ใครมาทดลองยาดี? แม้บอกว่าปรุงตามตำรายาเซียน แต่ไม่รู้อาจารย์เธอเอาตำราพวกนั้นมาจากไหน เคยปรุงตามพวกตำราสมัยก่อนก็กลั่นได้ยาอายุวัฒนะแปลกๆ ด้วยเหตุนี้แม้รู้ว่าพวกยาอายุวัฒนะที่ปรุงออกมาไม่มีพิษอะไร ก็ต้องทดลองยาเสียหน่อยถึงจะวางใจ
เพราะกลิ่นที่ปล่อยออกมาจากยาอายุวัฒนะสามเม็ดบนมือยากเกินกว่าจะต้านทาน สัตว์อสูรสามตัวที่นอนอยู่ด้วยกันได้กลิ่นยาก็ลุกขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่นัดหมาย และจ้องมองยาอายุวัฒนะในมือเธอด้วยท่าทางละโมบ
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็ยิ้มเอ่ยอย่างอดไม่ได้ “นี่ไม่ใช่ของกินพวกเจ้า สามเม็ดนี้เป็นยาสัจจะ ใช้ทำให้คนพูดความจริง คงไม่มีประโยชน์กับสัตว์อสูร”
เธอนั่งลงบนพื้นหญ้า หยิบขวดออกมากำลังจะใส่ยาอายุวัฒนะทั้งสามเม็ด ใครจะรู้ว่ามีลิ้นใหญ่ม้วนกินยาอายุวัฒนะหนึ่งเม็ดสุดท้ายในมือไป เธออึ้งไปสักพัก มองทางเหล่าไป๋แล้วถลึงตาทันใด
“เหล่าไป๋! เจ้าผีจอมตะกละ! นั่นเป็นยาสัจจะ! ไม่ใช่ของกินสัตว์อสูร แต่เป็นของมนุษย์! หนำซ้ำยังไม่ได้ผ่านการทดสอบ หากเจ้ากินแล้วมีผลลัพธ์ดีเลวอะไรขึ้นมา อย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน”
“เอิ้ก!”
………………………………………………….