้เขาอดไม่ได้ที่จะสนใจ
“คารวะท่านอาจารย์ ข้าคือเฟิ่งจิ่วขอรับ” เฟิ่งจิ่วก้าวเข้าไปคารวะด้วยความเคารพ
อาจารย์หลี่ว์เห็นเช่นนี้ก็พยักหน้า ถามว่า “พลังวิญญาณเจ้าธาตุอะไร?” กล่าวจบยังบอกอีกว่า “ข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นนักเรียนสำนักยาเซียนด้วย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ต้องมีธาตุไฟแน่ แค่รากฐานวิญญาณธาตุไฟ? หรือว่ามีอย่างอื่นอีก?”
“เรื่องนี้…” เธอคิดๆ แล้วบอกว่า “คล้ายว่าข้าจะยังไม่เคยวัด ลืมไปแล้วขอรับ”
ได้ยินเช่นนี้อาจารย์หลี่ว์ตกใจ “ตอนที่เจ้าฝึกบำเพ็ญพลังวิญญาณก่อนหน้านี้ไม่ได้ลองวัดหรือ? แม้เป็นตระกูลทั่วไปก็ควรมีกระมัง? หรือว่าอาจารย์ที่ชี้แนะเจ้าไม่ได้บอก?”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเจื่อนๆ “ข้าฝึกบำเพ็ญแค่พลังวิญญาณมาตลอด ก่อนหน้านี้ไม่มีอาจารย์ชี้แนะ ข้าแค่… ฝึกบำเพ็ญด้วยตนเองขอรับ”
ได้ยินคำพูดเฟิ่งจิ่วเหล่านักเรียนด้านหลังแต่ละคนต่างตะลึง แม้แต่อาจารย์หลี่ว์ยังเบิกตาโตด้วยความตกใจ
“มะ ไม่มีอาจารย์ชี้แนะ? แล้วระดับของเจ้า…”
ไม่มีอาจารย์ชี้แนะ ทำไมเขาถึงไม่มีอาการธาตุไฟเข้าแทรก? หรือเด็กหนุ่มคนนี้มีโชคอะไรน่าเหลือเชื่อ?
เฟิ่งจิ่วเห็นอาจารย์เบิกตาจ้องมองเธอก็เกาๆ หัว “ใช่ขอรับ! ข้าฝึกบำเพ็ญด้วยตนเองตามตำราดูดซับพลัง ฝึกไปฝึกไปก็กลายเป็นยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณแล้ว”
เธอไม่รู้จริงๆ ธาตุพลังวิญญาณควบคุมอย่างไร ปกติสู้กับคนอื่นส่วนมากจะใช้พลังเร้นลับ พลังวิญญาณใช้มากสุดแค่ย้ายกลิ่นอายพลังวิญญาณธาตุไฟในร่างมาใช้