กลั่นยาเซียน
แต่ร่างแท้จริงของหงส์ไฟน้อยที่ทำสัญญากับเธอก็มีไฟเทวะโบราณ เธอไม่เข้าใจ อย่างไรเสียการไหลเวียนพลังวิญญาณเธอก็ทำตามหัวใจมาตลอด และไม่เห็นว่าจะเกิดปัญหาอะไร
ยิ่งไปกว่านั้นเธอฝึกบำเพ็ญพลังวิญญาณมาไม่นานเท่าไร เพียงแต่เพราะเดิมเป็นร่างเทพประทับ ระดับพลังวิญญาณจึงพุ่งขึ้นค่อนข้างเร็วเท่านั้นเอง
เหล่านักเรียนด้านหลังได้ยินคำพูดเขาแต่ละคนต่างหน้าแดงก่ำ เบิกตาแดงฉาน ผ่านไปสักพักถึงจะสบถออกมา “บ้าไปแล้ว!”
อะไรคือฝึกไปฝึกไปก็กลายเป็นยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ?
พวกเขานักเรียนระดับสวรรค์คนไหนบ้างในตระกูลไม่มีอาจารย์ชี้แนะและต้องฝึกอบรบอย่างพิถีพิถัน? เจ้าหนูนี่… นึกไม่ถึงว่าเจ้าหนูนี่จะบอกว่าเขาแค่ฝึกไปฝึกไปด้วยตนเองก็กลายเป็นยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณแล้ว นี่มาชกหน้าพวกเขาหรือไร?
ยามนี้อาจารย์หลี่ว์ยังมีสีหน้าตะลึงและพูดอะไรไม่ออก สอนนักเรียนผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นมามากมายเพียงนั้น ยังไม่เคยเจอใครเหมือนหนุ่มน้อยคนนี้เลย ไม่มีใครชี้แนะก็กลายเป็นยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณได้
ขณะบรรลุขั้นเขายังไม่ธาตุไฟแตก ไม่นอกลู่นอกทาง ทำให้คนเหงื่อเย็นไปทั้งฝ่ามือจริงๆ!
เยี่ยจิงแปลกใจเล็กน้อย นึกว่าเฟิ่งจิ่วอย่างมากก็เป็นแค่ปรมาจารย์พลังวิญญาณ ถึงอย่างไรครั้งนั้นบนถนนใหญ่นางยังถูกตนเองไล่ตีเสียจนไม่มีโอกาสโต้กลับ ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดต่อมา แม้แต่สีหน้านางยังเปลี่ยนไปเป็นแปลกประหลาด
“เช่นนั้นเฟิ่งจิ่ว เจ้าเพิ่