เห็นซาลาเปาไส้เนื้อที่ยังมีไอร้อนก็อึ้งไปพักหนึ่ง แล้วเบิกตาโตทันที “จะ เจ้าไปขโมยจากห้องครัวหรือ?”
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็รีบปิดปากนางไว้ มองซ้ายมองขวา “เจ้าเบาเสียงหน่อย อย่าให้คนอื่นได้ยิน ขโมยไม่ขโมยอะไร ข้าแค่ไปหยิบมา”
เยี่ยจิงปัดมือเขาทิ้ง ถึงจะบอกว่า “เจ้าจะใจกล้าเกินไปแล้ว หากโดนจับได้จะถูกลงโทษร้ายแรง”
“แหะๆ เจ้ารีบกินเถอะ กินหมดก็ไม่มีใครรู้แล้ว” เธอหรี่ตายิ้มเอ่ย
เยี่ยจิงได้ยินเช่นนี้ก็จนปัญญา จึงจำใจหยิบขึ้นมากิน แล้วยื่นส่วนที่เหลือให้เขาไป “ช่วยกินเร็วๆ ด้วย”
“ข้ากินไปแล้ว” ซาลาเปาหลายสิบลูกเต็มๆ เข่งใหญ่นั้นถูกเธอทั้งกินทั้งหยิบไปไม่น้อย
“เจ้ากินซะ ข้าจะดูต้นทางให้” เธอพูดจบก็มองไปรอบๆ เผื่อมีคนเข้ามา
เจอเรื่องขโมยของกินเช่นนี้ครั้งแรก ทั้งแปลกใหม่และตึงเครียด ชัดเจนว่าเป็นซาลาเปาหอมกรุ่นร้อนๆ เยี่ยจิงกลับลองไม่รู้รสอะไรเลย กินซาลาเปาพวกนั้นไปอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดๆ มุมปาก
“เยี่ยจิง เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” เธอเลิกคิ้วมองสาวงามเยี่ยจิงที่กำลังเช็ดปาก
“รู้อะไรหรือ?” เธอดึงแขนเสื้อขึ้นดมว่าบนร่างยังมีกลิ่นซาลาเปาไส้เนื้อหรือไม่ จึงเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้า
“อย่าแกล้งเลย หากไม่รู้เรื่องจะกล้าเข้ามาใกล้ข้างกายข้าอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ได้อย่างไร?”
เยี่ยจิงได้ยินคำพูดนี้ก็ตกใจ เงยหน้ามองนางถึงจะเผยรอยยิ้มออกมา “หลังจากกลับไปข้ารู้สึกไม่ถูกต้อง คิดอย่างละเอียดถึงเดาอ