กก็แวบร่างปรากฏกายในอาศรม ก้มหน้ามองชุดสีฟ้าที่ยับเล็กน้อย ดึงๆ จับๆ ตามใจชอบ ถึงจะเปิดเขตอาคมเดินออกไป
“เยี่ยจิง? เจ้ามาได้อย่างไร?” เห็นนางเฟิ่งจิ่วยังคาดไม่ถึงจริงๆ และไม่นึกว่านางจะมาหา
“เจ้าให้ข้ามาบ่อยๆ ไม่ใช่หรือ?”
เยี่ยจิงยิ้มๆ เดินเข้าไปบอกว่า “อันที่จริงมาวันนี้ไม่ได้มาคุยเล่นกับเจ้า ท่านอาจารย์ให้ข้าเข้ามาดูเจ้าเสียหน่อย บอกว่ารองเจ้าสำนักให้เจ้าเข้าไปรายงานตัวที่สำนักพลังวิญญาณ ทำไมนานเพียงนี้แล้วยังไม่ไปอีก?”
“หา?”
เธอตกตะลึง ตบหน้าผากตนเอง แล้วเอ่ยอย่างขออภัย “ข้าลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย! ช่วงนี้ค่อนข้างยุ่ง พอยุ่งขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้”
เยี่ยจิงเม้มริมฝีปากยิ้ม “เช่นนั้นเจ้ารีบตามข้าไปเถอะ! คนในสำนักพลังวิญญาณต่างอยากรู้อยากเห็นเรื่องเจ้า”
“เจ้ารอข้าสักครู่ ข้าต้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่อยตามเจ้าไป ข้าไม่ได้อาบน้ำมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว บนตัวล้วนมีแต่กลิ่น” เธอดึงชุดสีฟ้าบนร่างขึ้นดมด้วยสีหน้ารังเกียจ
เยี่ยจิงได้ยินเช่นนี้ก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ บอกว่า “ได้ เช่นนั้นข้าจะรอเจ้าใต้ต้นไม้ เร็วหน่อยล่ะ” ดังนั้นจึงเดินไปนั่งข้างหมีดำตัวใหญ่ที่หมอบนั่งเฝ้าใต้ต้นไม้
สำหรับหมีดำตัวใหญ่นามเสี่ยวเฮยตัวนี้ นางไม่ได้หวาดกลัวเหมือนตอนแรงในเทือกเขาหมื่นอสูร เพราะรู้ว่ามันจะไม่ทำร้ายนาง ด้วยเหตุนี้จึงสบายใจขึ้นมาก
เฟิ่งจิ่วเห็นนางนั่งลงข้างกายเสี่ยวเฮยและพูดคุยกับมันก็อดยิ้มไม่ได้ พลั