บอสูรศักดิ์สิทธิ์ด้วยล่ะ!”
เหล่านักเรียนที่เดิมทีปิดล้อมอาศรมไว้สีหน้าซีดเผือดไม่กล้าเข้าไป ด้วยวรยุทธ์พวกเขาสู้อสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้แน่นอน แต่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ควรอยู่ในส่วนลึกของเทือกเขาหมื่นอสูรทำไมถึงวิ่งมาที่นี่?
“กรร!”
หมีดำตัวใหญ่คำรามด้วยความโมโห กลับไม่ได้กระโจนเข้าไป เพราะเฟิ่งจิ่วเคยสั่งไว้ว่าอยู่สำนักศึกษานี้จะทำร้ายคนด้านในไม่ได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงแค่ขู่พวกเขา
บริเวณไม่ไกลเหล่าไป๋ย่างกีบม้าเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า เงยหน้ากวาดมองนักเรียนรอบๆ จมูกพ่นลมหายใจสองสาย เห็นในหมู่พวกนั้นไม่มีแม้แต่สาวงาม จึงสะบัดหางอย่างเบื่อหน่าย แล้วหาที่นอนหมอบลง
“เจ้าบ้า! นั่นม้าประหลาดอะไรกัน? ภายในสำนักศึกษาทำไมถึงมีของเช่นนี้?”
“ดูสิ! ทางเข้าอาศรมยังมีหมาน้อยด้วย!”
นักเรียนคนหนึ่งอุทานขึ้น พลางชี้อสูรกลืนเมฆาที่ก้าวเท้าเล็กสั้นเดินออกมาจากในอาศรม และนอนลงตรงทางเข้า อสูรกลืนเมฆาตัวน้อยขนปุกปุยดูไม่มีอันตรายเช่นนี้ ใครก็มองไม่ออกว่ามันเป็นสัตว์เทวะ
“ที่นี่เป็นที่พักในสำนักยาเซียนของเจ้าหนูนั่นจริงหรือ? ไม่ใช่สถานเลี้ยงสัตว์หรือ?”
ยามนี้เฟิ่งจิ่วที่สวมชุดสีฟ้าประดับขนนกเคลือบหลากสีชิ้นนั้นไว้ตรงเอวเดินออกมา มองคนกว่าร้อยคนนั้นแล้วยิ้มๆ “นี่พวกเจ้าทำอะไรกัน?”
“เจ้าหนู เจ้ายังกล้ายิ้มอีก!” หนึ่งคนในนั้นเห็นเฟิ่งจิ่วเดินออกมา ก็มองอย่างเกรี้ยวกราด “เจ้าไปอวดโอ้ถึงสำนักพลังเร้นลับ วันนี้พวกเรา