ขาไม่พอ ยังวางยาทำให้พวกเขาแต่ละคนร่างกายอ่อนเปลี้ยยืนไม่ขึ้น แต่สิ่งที่เกลียดที่สุดคือหนุ่มน้อยคนนี้ยังกล้ายั่วยวนรุ่นพี่โจวต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้ และทำเหมือนไม่มีพวกเขาอยู่ด้วย! ระรานกันมากเกินไปแล้วจริงๆ!
“เอาละ ข้าต้องไปก่อน” เฟิ่งจิ่วหรี่ตายิ้มเอ่ย มองโจวเซวียนที่ยังนิ่งอึ้งจ้องเธอ ถึงจะสาวก้าวออกไป
ครั้งนี้ไม่มีใครห้ามปรามและไม่มีใครเข้าไปขวาง
ทุกคนต่างมองหนุ่มน้อยชุดฟ้าคนนั้นเดินวางมาดจากไป ในทางตรงกันข้าม ที่สำนักพลังเร้นลับนั้นกลับมีนักเรียนหลายสิบคนนอนอยู่…
ขณะที่เดินไปตลอดทาง ลูกศิษย์สำนักศึกษาที่พบระหว่างทางแต่ละคนล้วนใช้สายตาจับจ้องเธอ รวมถึงขนนกเคลือบหลากสีชิ้นนั้นตรงเอวด้วย เธอเห็นเสียจนขนลุก สุดท้ายจึงเก็บขนนกชิ้นนั้นตรงเอวไปอย่างรับไม่ไหว
“จริงๆ เลย แต่ละคนทำเหมือนไม่เคยเห็นโลกกว้าง แค่ขนนกชิ้นเดียว? ก็แค่วัตถุเวทไม่ใช่หรือ? ทุกคนต่างจ้องมองราวกับหมาป่าหิวโหยจ้องเนื้อ ท่าทางน้ำลายสอเช่นนั้นข้ารับไม่ไหวจริงๆ”
เธอพึมพำ แล้วเลือกเดินไปตามถนนเส้นเล็กมายังสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกลถึงจะโยนขนนกชิ้นนั้นขึ้น เห็นมันขยายใหญ่พร้อมปล่อยลำแสงเต็มไปด้วยสีสันอยู่เบื้องหน้า ดวงตาเธอเปล่งประกาย กระโดดขึ้นไปนั่งเบาๆ ถึงจะมุ่งไปยังอาศรม
ตอนเธอแลกสมบัติมาทำให้แต่ละสำนักต่างฮือฮา ตอนไปกลับเงียบเชียบไร้เสียง ถึงขั้นที่นักเรียนพวกนั้นนึกว่าเธอเป็นนักเรียนสำนักยา…
………………………………………………….