ยอดเขาสำนักพลังเร้นลับนี้เยอะดีจริงๆ เยอะเสียจนนับไม่ไหว บรรยากาศที่นี่ยังคึกคักกลมเกลียว เทียบกับสำนักยาเซียนอันเงียบเหงานั้นแล้วแตกต่างกันอย่างยิ่ง
เธอเดินหน้าเข้าไป บนใบหน้างดงามมีรอยยิ้มไร้พิษภัยที่เธอคิดเอาเองว่ามีเสน่ห์ ประสานมือสอบถามนักเรียนสำนักพลังเร้นลับอย่างมีมารยาทยิ่งว่า “ขอถาม…”
เพิ่งเอ่ยไปและยังไม่ทันเดินเข้าใกล้นักเรียนคนนั้น ก็เห็นเขาชี้เธอพลางอุทานเสียงหลง
“ดูสิ! เด็กหนุ่มชุดฟ้าคนนี้อยู่ที่นี่! เขาวิ่งมาสำนักพลังเร้นลับเราแล้ว!”
แทบทันทีที่คำพูดนี้ถูกเปล่งออกมา สายตาผู้คนโดยรอบล้วนหันขวับมองมาทางเธอ แม้แต่คนบนต้นไม้ที่หลับตาไม่พูดไม่จายังพลิกตัวกระโดดขึ้น และลืมตาจ้องตรงมาหาเธอ
“เอ่อ… นะ นี่ทำอะไรน่ะ?”
เธอเอ่ยถามอย่างงุนงงอยู่บ้าง มองนักเรียนแต่ละคนล้อมเข้ามาหาพลางก้าวถอยหลังไปทันควัน กลับเห็นว่าแม้แต่ทางด้านหลังยังมีคนเข้ามาล้อม แต่ละคนต่างจ้องมองเธอ จากนั้นสายตาก็หยุดลงบนขนนกเคลือบหลากสีชิ้นนั้นตรงเอวที่ใช้เป็นของประดับ
“ทำ ทำอะไรกัน? นี่ข้าแลกมา” เธอคว้าขนนกชิ้นนั้นตรงเอวไว้ตามสัญชาตญาณ แล้วจ้องมองทุกคนอย่างระวังตัว
“เจ้าหนู เจ้ามีที่มาอย่างไรกัน? เข้าสำนักศึกษามาใหม่ไม่ถึงหนึ่งเดือนก็แลกขนนกเคลือบหลากสีไปแล้ว?”
“ที่มาอะไร?”
เฟิ่งจิ่วตกใจ เอ่ยอย่างไร้เดียงสาว่า “ข้าไม่ได้มีที่มาอะไร นี่เป็นของที่ข้าหามาเอง” สวรรค์รู้ดีว่าเธอลำบากทำภารกิจเก็บคะแนนคุณงามความดีอย