นพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าไปลงชื่อกับพวกเขาก็พอ”
“ช่างไม้ไฉช่างมีน้ำใจนัก ขอบใจนะ!”
“สมแล้วที่เป็นจูต้าเหนียง คิดอะไรได้รอบคอบจริง ๆ”
“รีบไปลงชื่อไว้เร็วเข้า ถ้าชักช้าอาจต้องรั้งท้ายแล้วนะ”
……
เมื่อทุกคนรู้เรื่องก็รีบไปลงชื่อกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส
ขณะลงชื่อให้ทุกคนอยู่ เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสก็ยังไม่ลืมแจ้งว่า สามวันหลังจากนี้ให้ไปรวมตัวกันที่แปลงเพาะชำของสกุลจู จูต้าเหนียงจะสอนวิธีปักดำ
การปักดำต่างจากการเพาะกล้า ตอนเพาะกล้าจำเป็นต้องให้ทุกคนมาดูการสาธิต ด้วยกลัวว่าจะทำเสียหายเพราะยังไร้ประสบการณ์ แต่การปักดำเพียงต้องรู้วิธีการ ขอแค่ไม่คลาดเคลื่อนจากวิธีการมากนัก ตามหลักแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนมาดู
ถึงเวลานั้น แค่บอกวิธีการต่อพวกเขา พวกเขาก็สามารถกลับไปทดลองทำด้วยตนเองได้แล้ว
สามวันหลังจากนั้น ที่แปลงเพาะชำ
คนที่ทราบข่าวมายืนล้อมอยู่รอบแปลงเพาะชำตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอดูสาธิตการปักดำ
“จูต้าเหนียง ต้องโตขนาดนี้ก่อนถึงจะใช้ได้ใช่ไหม?”
ใครบางคนนั่งยอง ๆ บนขอบแปลงเพาะชำแล้วพินิจอย่างละเอียด พยายามเปรียบเทียบขนาดต้นกล้าของตนเองกับของอีกฝ่าย
เย่อวี๋หรานไม่ได้ห้ามพวกเขา เพียงยิ้มแย้มพลางชี้ให้ทุกคนสังเกตใบของต้นกล้าอย่างละเอียด “อืม ขนาดเท่านี้แหละ พวกท่านสังเกตดูตรงนี้”
“เห็นไหม ถ้านับสองใบเป็นหนึ่งคู่ ตอนนี้ก็มีสามคู่แล้ว”
……
คนทั้งหลายมองตามมือของนาง แล้วนับใบของต้นกล้า