ว่าจะลืมตามาเห็นผู้ชายคนนี้
ยามนี้ในสายตาเธอคนคนนี้ไม่ใช่เทพจุติที่เจอกันตอนแรก แค่รู้สึกคล้ายกับวิญญาณที่มักจะปรากฏตัวข้างกายอย่างเทพไม่รู้ผีไม่เห็น นี่มันตั้งกี่ครั้งแล้ว?
“ข้าต้องการให้เจ้าช่วย”
โม่เฉินเอ่ยเสียงค่อย สายตาหยุดลงในป่า “ที่นี่มียาทิพย์ห้าอย่างที่ข้าต้องการ”
“อย่ามาล้อเล่นน่า กำลังเจ้าอยู่เหนือกว่าข้า ไหนเลยต้องให้ข้าช่วยอะไรด้วย?” เฟิ่งจิ่วโบกๆ มือ “ยาทิพย์ห้าอย่างนั้นทั้งหมดมีสี่อย่างต้องเก็บจากร่างสัตว์วิญญาณ เจ้าต้องไปจัดการเอง อย่าดึงข้าไปเกี่ยว ข้าไม่คิดจะชดใช้ด้วยชีวิตของข้า!”
โม่เฉินมองนาง บอกว่า “เจ้าไม่ต้องจับ แค่ต้องช่วยข้าเก็บ เป็นผู้ช่วย”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจเล็กน้อย มองเขาแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยถาม “เจ้าเป็นนักเรียนสำนักพลังวิญญาณสินะ? นักเรียนสำนักพลังวิญญาณทำอะไรถึงต้องตามหาสมุนไพรพวกนั้น? หรือว่าเป็นสำนักยา? ไม่ใช่สิ บนตัวเจ้าไม่มีกลิ่นยา เป็นคนสำนักไหนกันแน่?”
โม่เฉินมองเฟิ่งจิ่ว ไม่ตอบคำถามแต่เอ่ยว่า “เจ้าซักชุดไหมสวรรค์ข้าขาด”
ได้ยินคำพูดนี้มุมปากเฟิ่งจิ่วกระตุก พร้อมหันหน้าหนีอย่างหมดคำพูด ทันใดนั้นเธอก็พบว่าชายชุดขาวคนนี้ช่างเหมือนเทพจุติจริงๆ และสง่างามไม่ธรรมดา แค่ซักเสื้อผ้าเขาขาดไม่ใช่หรือ? ต้องกล่าวโทษซ้ำๆ เช่นนี้เลย?
“เอาละๆ ข้าไม่ถามแล้วตกลงไหม? เจ้าพูดแล้วนะว่าจะไปจับเอง ข้าแค่รับผิดชอบเป็นผู้ช่วยให้เจ้า ข้ายังมีเรื่องของตนเองต้องทำ!