ไม่มีธุระก็อย่ามารบกวนข้า” เธอพูดพลางเบ้ปาก กระโดดเบาๆ ลงพื้นอย่างมั่นคง แล้วมองสิ่งแวดล้อมรอบข้าง จากนั้นค่อยนั่งลงบนพื้นและหยิบสมุนไหรออกมาเริ่มบด
ไปตามหาอสูรเพลิงเขาเดียวทั่วป่านั้นยุ่งยากเกินไป หากทำให้พวกมันมาหาเธออย่างว่าง่าย เช่นนั้นการเก็บมณีเพลิงคงง่ายขึ้นเยอะ
เห็นหนุ่มน้อยนั่งบดสมุนไพรบนพื้น เขาผงะไปนิดแล้วจึงถามว่า “เจ้าต้องการเวลาเท่าไร?”
“ครึ่งชั่วยาม” เธอพูดโดยไม่เงยหน้า
“ผ่านไปครึ่งชั่วยามค่อยตามข้าเข้ามาใจกลางเทือกเขาหมื่นอสูร” สมุนไพรพวกนั้นที่เขาต้องหาล้วนอยู่ใจกลางนั้น รอบนอกนี้ไม่มีหรอก
“รู้แล้วๆ ข้าก็ต้องไปที่นั่น” เธอพูดพลางจัดการสมุนไพรบนมืออย่างรวดเร็ว
ประมาณครึ่งชั่วยามผงยาเต็มๆ สองขวดก็ถูกเก็บเข้าแขนเสื้อ ถึงจะลุกขึ้นยืนตบๆ เสื้อคลุม บอกคนที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ตลอดว่า “ไปเถอะ!”
โม่เฉินเห็นเขาจัดการเรื่องในมือเรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังได้ยินคำพูดเขา จึงสาวก้าวเดินไปข้างหน้า ทว่าฝีเท้าเพิ่งออกก้าวก็โดนหนุ่มน้อยดึงแขนเสื้อไว้
เขาหันกลับไปมอง สิ่งแรกที่มองไม่ใช่ใบหน้าเด็กหนุ่ม แต่เป็นมือที่คว้าแขนเสื้อเขา
“วางใจเถอะ มือข้าสะอาดแล้วน่า!” เฟิ่งจิ่วกลอกตามอง บอกว่า “เจ้าคงไม่คิดจะเดินเข้าไปกระมัง? ขี่กระบี่ไม่เป็นหรือ?”
………………………………………………….