้เขาไม่ได้รับการโจมตีซึ่งหน้า หลังจากเรียกรวมพลังเร้นลับในร่างก็แวบหลบอย่างรวดเร็ว พยายามหลบเลี่ยงการจู่โจมของศัตรู
แต่ถึงอย่างไรศัตรูก็เป็นอาจารย์ ซ้ำกำลังยังอยู่ระดับบรรพชนนักรบ กำลังแค่ยอดปรมาจารย์นักรบของเขายากจะเทียบเคียง โดยเฉพาะเมื่อแรงกดดันนั้นถาโถมมา ก็กัดเขาไว้ประหนึ่งพยัคฆ์ร้าย หากไม่ใช่เพราะสองสามเดือนนี้เขาอยู่ข้างนอกจนมีกำลังต้านทานเล็กน้อย ยามเผชิญหน้ากับอาจารย์ระดับบรรพชนนักรบเบื้องหน้าคงไม่มีแม้แต่โอกาสจะลงมือแน่นอน
เขารู้สถานการณ์ตอนนี้ดี กำลังเขามีขีดจำกัด คิดจะโจมตีศัตรูก็ต้องแลกแผลด้วยแผล!
ดังนั้นขณะที่กำลังแวบถอยไป เขาจึงเผยจุดอ่อน จุดอ่อนนี้ปกติมากในสายตาคนทั่วไป ถึงอย่างไรเขาก็เป็นยอดปรมาจารย์นักรบ เผยจุดอ่อนต่อหน้าบรรพชนนักรบจะแปลกอะไร?
อาจารย์ระดับบรรพชนนักรบคนนั้นเห็นจุดอ่อนนี้ก็หัวเราะเสียงเย็น เหวี่ยงหมัดชกไปตรงหน้าอกอีกฝ่ายอย่างแรง ทว่าในเวลานี้เอง กวนสีหลิ่นกลับขยับร่างหลบ หมัดกำแน่นพร้อมรวบรวมพลังลึกลับชกไปตรงซี่โครง อาจารย์คนนั้นตกใจ ขณะที่ตกตะลึงคิดจะถอยห่างก็ไม่ทันการณ์แล้ว
“ผัวะ!”
“ผัวะ!”
สองเสียงหมัดที่ชกลงอย่างแรงดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่นัดหมาย เสียงกระดูกหักสองเสียงลอยตามมาเข้าหูคนอื่นข้างๆ พวกเขาตกใจจนเบิกตาโตอย่างเหลือเชื่อ และนิ่งมองภาพตรงหน้านั้น
สองหมัดชกออกไป หมัดอาจารย์ที่เดิมทีควรชกเข้าตรงอกกวนสีหลิ่นกลับพลาดโดนเพียงแขน กระดูกแขนคงหักภายใ