ยนยังยกเว้นด้วย?”
“อืม เสร็จแล้ว เริ่มจากวันนี้ไป เจ้าคือผู้เล่าเรียนของสำนักยาเซียนแห่งสำนักศึกษาหมอกดาราเรา ค่าเล่าเรียนเราจะยกเว้นให้เจ้า เฟิ่งจิ่ว! เจ้าอย่าทำให้พวกเราผิดหวังล่ะ! จงทำให้สำนักยาเซียนเรายิ่งเจริญรุ่งเรือง และทำให้สำนักอื่นรู้ว่าสำนักยาเซียนเราจะไม่เงียบเชียบไร้ชื่อไปตลอดด้วย” สองคนตบๆ ไหล่เขา มองด้วยสีหน้าเฝ้ารอ
“เอ่อ… ขอรับ”
ได้ยินคำพูดทั้งสองและเห็นสีหน้าวาดหวังเช่นนั้น ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร สำนักยาเซียนนี้… เป็นสถานที่เช่นไรกันแน่? ทำไมพวกเขาถึงมีท่าทางเช่นนี้?
“มาๆ นี่คือป้ายหยกแสดงนเจ้า หลังจากหยดเลือดลงไปก็ใช้ป้ายหยกแทนตัวเดินเข้าออกภายในสำนักศึกษาได้” อาจารย์คนหนึ่งในนั้นหยิบป้ายหยกแทนตัวยื่นให้
เฟิ่งจิ่วรับมาอย่างแปลกใจ รับรองตัวตนท่ามกลางสายตารอคอยของทั้งสอง สุดท้ายยังเดินออกไปอย่างสับสนงุนงงท่ามกลางสายตาส่งศิษย์จากสองอาจารย์
เมื่อมาถึงด้านนอก เธอกะพริบตา ตกใจเล็กน้อย ใบหน้ามีอาการแปลกๆ แค่นี้ก็เสร็จแล้ว? ไหนว่าการประเมินสำนักยาเซียนเข้มงวดมากไม่ใช่หรือ?
“เหอะๆ เป็นอย่างไร? ล้มเหลวล่ะสิ? ข้าก็บอกว่าเจ้าไม่ผ่านยังไม่เชื่อ คนจากแคว้นระดับหกจะสอบเข้าสำนักยาเซียนยังยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับเก้า…”
คำพูดชายชราชะงักลงทันที ตาค้างจ้องมองหนุ่มน้อยคนนั้นที่ถือป้ายหยกส่องสะท้อนภายใต้แสงแดด…
………………….……………………………….