จำใจต้องลงรถเดินไป แล้วส่งเหล่าไป๋ให้คนที่คุมรถลากสัตว์วิญญาณเฝ้าไว้
ยามมาถึงด้านหน้า เห็นว่าทั้งหน้าประตูใหญ่สำนักศึกษาหมอกดาราหนาแน่นไปด้วยคน ความคึกคักและฝูงชนที่คับคั่งทำให้เฟิ่งจิ่วพูดไม่ออกทันที
“ไม่นึกเลยว่าคนจะมากมายเพียงนี้”
“ที่นี่มีอย่างน้อยหลายพันคน แต่ตามสถิติ ผู้ผ่านการประเมินในอดีตที่ผ่านมาจะมีแค่หนึ่งในร้อยคน ด้วยเหตุนี้สุดท้ายอย่างมากหลายร้อยคนถึงจะมีโอกาสเข้าเรียนในสำนักศึกษา และกลายเป็นนักเรียนสำนักศึกษาหมอกดารา” เขาคลายความสงสัย สายตาหยุดลงบนประตูใหญ่สำนักศึกษาที่ยังไม่เปิดออก
“ภายในชั่วยามประตูสำนักศึกษาถึงจะเปิด ถึงเวลานั้นจะมีผู้เล่าเรียนด้านในคอยจัดการต้อนรับ แต่ละจุดลงชื่อกับสถานที่ประเมินล้วนแตกต่างกัน รอเดี๋ยวพวกเราคงไม่ได้เจอกัน เจ้าต้องตั้งใจให้มากหน่อย ตอนที่ประเมินก็อย่าเครียด พยายามให้ถึงที่สุดพอ” เขากำชับ อันที่จริงในใจคิดว่าเฟิ่งจิ่วคงไม่ได้เข้าเรียน ถึงอย่างไรสำนักกลั่นยาเซียนเทียบกับสำนักอื่นๆ แล้ว ความยากก็ยิ่งสูงกว่า มิเช่นนั้นคงไม่ไม่เป็นที่นิยมเช่นนั้น
“อืม ข้ารู้แล้ว” เธอยิ้มน้อยๆ สายตามองไปรอบๆ อยากดูเสียหน่อยว่าพี่ชายเธอหรือไม่
เสียงพูดคุยของผู้คนรอบๆ ปะปนเข้าด้วยกัน วุ่นวายอยู่บ้างอย่างชัดเจน ขณะที่เดินไปยังประตูเบื้องหน้าสองคนก็ถูกคนพวกนั้นที่พุ่งไปข้างหน้าเบียดเสียกจนแยกจากกัน เซียวอี้หานมองร่างสีแดงนั้นที่โดนฝูงชนผลักออกไปไกลเรื่อยๆ คิ