ดจะดึงเขาไว้ กลับเห็นว่าแค่ชั่วพริบตาก็ไม่รู้ว่าถูกผลักไปถึงไหนแล้ว
“ช่างเถอะ หากเขาเข้าสำนักศึกษาได้ อยู่ด้านในสุดท้ายเดี๋ยวก็เจอกัน” เขาพึมพำเสียงเบา ไม่ตามหาเฟิ่งจิ่วอีก ก่อนจะถูกผู้คนด้านหลังผลักดันไปยังประตูใหญ่เบื้องหน้า
ขอแค่ยิ่งเข้าใกล้จะยิ่งได้อยู่แถวด้านหน้าและเข้าประเมินก่อน ไม่ต้องแออัดอยู่ท่ามกลางผู้คน ด้วยเหตุนี้ทุกคนที่เข้ามาประเมินจึงต่างพุ่งไปข้างหน้า โดยเฉพาะตอนที่ประตูยังไม่เปิด หากปรี่ไปข้างหน้าก่อน รอแค่ประตูเปิดออก แต่ละคนก็จะวิ่งไปยังสำนักที่เลือกสมัคร
ทว่าแตกต่างกับคนพวกนั้นที่พุ่งไปข้างหน้า ขณะที่โดนผลักเบียดเสียด ในที่สุดเฟิ่งจิ่วก็วิ่งถอยออกไปด้วยทนไม่ไหว เดินมาถอนหายใจเบาๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ
“ฮู่! คนเบียดเสียดกันเสียจนบีบคนตายได้จริงๆ ประตูสำนักศึกษายังไม่เปิด รีบไปเกิดใหม่ยังไม่ต้องรีบร้อนถึงเพียงนี้เลย!”
สิ้นเสียงก็เงยหน้ามองไปโดยไม่ตั้งใจ ทว่ากลับทำให้เธอสะดุ้งตกใจเสียดื้อๆ ร่างกายถอยไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณพลางจ้องมองร่างสีขาวที่นั่งพิงอยู่เหนือต้นไม้ เมื่อเห็นหน้าตาคนคนนั้น เธอก็อึ้งไปทันที
ชายรูปงาม…
เดิมทีไม่ควรใช้คำว่างามมาพรรณนาบุรุษ แต่ตอนนี้นอกจากคำว่างาม เธอก็หาคำอื่นมาบรรยายชายชุดขาวที่นั่งพิงบนต้นไม้คนนั้นไม่ได้
ขณะที่เขานั่งพิงบนกิ่งไม้เงียบๆ ใบไม้เขียวเป็นเช่นพื้นหลัง ดวงตาคู่นั้นทั้งสงบนิ่งและอ่อนโยน ทว่าในความอ่อนโยนนั้นยังมีความเฉยชาและ