บทที่ 712 อย่าให้นางมาแย่งลูกชายข้า
“ขอรับ คนที่สำนักศึกษาพูดแบบนี้ขอรับ” เอ้อร์เป่าพยักหน้าแล้วเล่าเรื่องซุบซิบที่เขาได้ยินมาให้คนเป็นย่าฟัง
เขานึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่บ้าง ในที่สุดตนเองก็เอาข่าวนี้มาบอกท่านย่าได้ก่อนพี่ชาย
เย่อวี๋หรานฟังแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ถ้าหลิวเจี้ยนถงเรียนหนังสือได้ไม่เลว อาจารย์เสินจะมีความคิดเช่นนี้ก็ไม่แปลก อย่างไรเสียยุคสมัยนี้ก็ขาดแคลนปัญญาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาชนที่มีศักยภาพ
สำหรับแม่นางสกุลเสินก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย!
ถ้าเป็นนาง ได้พบคนรุ่นหลังที่ใช้ได้คนหนึ่งก็คงต้องเก็บของดีไว้กับตัว ไม่ปล่อยให้หลุดมือไป
น่าเสียดาย…
ถึงเจ้าเจ็ดจะมีความจำเป็นเลิศ แต่สมองไม่ดี ไม่อย่างนั้นก็ยังพอมีความหวัง
ตั้งความหวังกับจูชีไม่ได้ เย่อวี๋หรานก็คิดว่าอาจไปเลือกเอาจากคนรุ่นหลาน อาจได้คนที่อนาคตไกลสักคนก็ได้
ถ้าไม่ได้จริง ๆ สอบให้ได้ตำแหน่งสักคนสองคนก็เป็นเรื่องดีสำหรับสกุลจูเช่นกัน
ชนบทเล็ก ๆ อย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องมีความสำเร็จใหญ่โตอันใด แค่พอมีตำแหน่งเล็กน้อยก็สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงแล้ว
ขณะเดียวกัน การหมั้นหมายระหว่างหลิวเจี้ยนถงกับเสินอิงอวี่ก็ทำให้เย่อวี๋หรานโล่งใจได้เสียที
ไม่ว่าสกุลเสินจะเคยมีความคิดอยากให้จูชีไปเป็นลูกเขยหรือไม่ เรื่องนี้ก็จบสิ้นไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับจูชีอีก นางก็ไม่จำเป็นต้องไป ‘ปฏิเสธ’
เพราะได้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์เสิน จู