านพ้นเที่ยงวันแล้ว จนกระทั่งคู่บ่าวสาวเข้าวัง หลังจากคารวะบรรพบุรุษตระกูลเฟิ่งถึงจะส่งตัวเข้าห้องหอ และงานเลี้ยงด้านนอกก็เริ่มขึ้น
อาจเพราะโดนเฟิ่งจิ่วซ้อมไปหรือผู้ครองแคว้นต่างๆ มีคำสั่งไว้ ในงานแต่ง คนจากแต่ละแคว้นจึงอยู่ในความสงบไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาทและไม่สร้างปัญหา ทำให้เฟิ่งเซียวแอบโล่งใจ
ภายในงานเลี้ยง เฟิ่งเซียวรับผิดชอบดูแลผู้ครองแต่ละแคว้นรวมถึงองค์ชายทั้งหลาย ผู้เฒ่าเกิ่งกับกวนสีหลิ่นมีหน้าที่ต้อนรับพวกผู้นำจากแต่ละตระกูล ส่วนเฟิ่งจิ่วคอยรับรองคนตระกูลหลิน จึงเห็นลูกหลานคนหนุ่มในตระกูลหลินด้วย
ระหว่างงานเลี้ยง ผู้เฒ่าออกมาต้อนรับแขกและดื่มเหล้าแสดงความเคารพทีละโต๊ะ วันนี้ทั้งวันใบหน้าเขาล้วนมีรอยยิ้มที่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ รอยยิ้มที่เอ่อล้นจากก้นบึ้งหัวใจนั้นทำให้ทุกคนเห็นแล้วยินดีแทนเขา
ถึงอย่างไรก็เป็นจักรพรรดิหลวง ห้องหอเขาไม่มีใครกล้ารบกวน ด้วยเหตุนี้หลังจากดื่มเหล้าแสดงความเคารพผู้เฒ่าจึงออกไปก่อน ส่วนทุกคนก็ดื่มกันเต็มที่มาตลอดจนดึกดื่นถึงจะแยกย้ายกันไป…
คืนนี้หลังจากเฟิ่งเซียวกับเฟิ่งจิ่วที่เป็นเจ้าภาพงานส่งแขกไปหมดแล้ว สองพ่อลูกก็มองหน้ายิ้มให้กัน
เฟิ่งจิ่วมองไปยังตำหนักท่านปู่ แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “ท่านพ่อ พวกเขาไปกันหมดแล้ว ท่านว่าเราสองพ่อลูกไปก่อกวนห้องหอท่านปู่เสียหน่อยดีหรือไม่?”
เฟิ่งเซียวได้ยินเช่นนี้ก็ผงะเล็กน้อย จากนั้นจึงหลุดยิ้ม “กลับไปพักผ่อนๆ เจ้าอย่าสร้า