งปัญหาเลย จะได้ไม่ทำให้พวกท่านปู่เจ้าตกใจ”
พูดจบเขาก็หาว กล่าวว่า “วันนี้ยุ่งมาทั้งวัน ข้าจะกลับไปพักผ่อนก่อน เจ้าก็รีบๆ กลับไปเถอะ!” กล่าวจบก็เดินออกไปโดยไม่รอให้นางพูดอะไร ฝีเท้านั้นเร็วเล็กน้อย เหมือนกลัวว่าหากนางพูดอะไรออกมาอีกจะทำให้เขาตอบกลับคำพูดไม่ได้
ตอนมองแผ่นหลังท่านพ่อที่หนีไป เธอกลอกตาพลางลูบๆ คาง พูดกับตนเองว่า “จะตกใจหรือ? เฮ้อ ช่างเถอะ! คืนนี้เป็นคืนแต่งงานของท่านปู่ อย่าไปก่อเรื่องจะดีกว่า”
เธอหัวเราะเบาๆ จากนั้นถึงจะหมุนตัวกลับตำหนักไป…
วันต่อมาเวลาประมาณยามเฉิน เฟิ่งเซียวกับเฟิ่งจิ่วสองพ่อลูกมายังตำหนักกลาง ดื่มชาคารวะผู้เฒ่ากับซู่ซี
ชาถ้วยนี้คือการยอมรับว่านางจะเป็นคนตระกูลพวกเขานับแต่นี้ไป และยังเป็นการคารวะผู้อาวุโส
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เชิญดื่มชาขอรับ” เฟิ่งเซียวยกน้ำชาให้ทั้งสองด้วยความเคารพ ในใจมีความอึดอัดเล็กน้อยยามที่เรียกออกไปว่าท่านแม่ ถึงอย่างไรคนที่เขาเรียกว่าท่านแม่ก็หน้าตาอย่างกับลูกสาวเขา ความลำบากใจนี้แค่คิดดูก็รู้แล้ว
แต่เขาไม่รังเกียจที่จะยอมรับนาง แม่ผู้ให้กำเนิดเขาเรียกว่าท่านแม่ ส่วนคำเรียกท่านแม่เช่นนี้ก็เป็นการให้เกียรตินาง
………………………………………………….