าร่วมงานแต่งท่านปู่ จะทำเกินไปไม่ได้อยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อเห็นพวกเขาทะยานเข้ามา เธอจึงเตะพวกเขาลงเวทีไปทันที บางคนโดนเตะไหล่กลิ้งตกเวที บางคนซวยหน่อยก็โดนเธอเตะเข้าที่หน้า ยังมีบางคนโดนเตะเข้าท้องจนกระเด็นไปทันใด
“อึก!”
“อ๊าก!”
ทุกคนกลิ้งตกเวทีไป เสียงร้องอู้อี้ด้วยความเจ็บปวดแต่ละเสียงดังขึ้น เหล่าองค์ชายในชุดหรูหราที่เดิมทีเสื้อผ้าสว่างเจิดจ้า ยามนี้ต่างมีสภาพจนตรอก ใบหน้าซ้ายช้ำขวาบวม น่าขบขันอย่างยิ่ง
พวกเขาตะเกียกตะกายขึ้นมาจากพื้น จิตวิญญาณก่อนหน้านี้โดนกำราบเสียจนไม่เหลือ ยังมีความหวาดกลัวที่มาจากหมัดนั้นหลงเหลืออยู่เลือนราง แม้พวกเขาจะทะนงตนไปบ้าง แต่ในใจรู้ว่าเฟิ่งชิงเกอคนนี้สู้หนึ่งต่อแปดได้เพราะฝีมือและวรยุทธ์ของนางยอดเยี่ยม
เวลานี้ พวกเขาถึงจะเข้าใจว่าทำไมนางกล้าปฏิเสธการหมั้นหมายจากรัชทายาทแคว้นเหินเวหา และทำไมในขณะที่จวนตระกูลเฟิ่งเหลือนางดูแลเพียงคนเดียวถึงกล้าเป็นศัตรูกับมู่หรงป๋อ
นอกจากฝีมือและวรยุทธ์ แผนการพวกเขายังเทียบนางไม่ได้เลย นางอาศัยการดูถูกที่พวกเขาไม่เห็นนางในสายตา ขุดหลุมพรางจัดการพวกเขา
นี่เรียกให้น่าฟังว่าการฝึกซ้อม พูดตามจริงคือการชดใช้ให้ความทะนงตน พวกเขาปรี่เข้ามาให้นางซ้อมโดยเปล่าประโยชน์
ครั้นนึกถึงหนังสือรับประกันที่ลงนามก่อนหน้านี้ ในใจแต่ละคนต่างอัดอั้นจนโกรธเคือง นางวางแผนเล่นงานพวกเขาตั้งแต่แรก ซ้ำยังทำให้พวกเขาภาคภูมิใจและเฝ้ารอที่จะสบโอกาสเ