ุนี้ถึงกล้ากระมัง?”
“จริงด้วย องค์หญิงจะดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว หากพวกเราฝึกซ้อมแพ้ท่าน จะไปต่อว่ากับเสด็จพ่อพวกเราหรือ?”
“แลกเปลี่ยนฝีมือกันแค่เล็กน้อยคงไม่บาดเจ็บถึงชีวิต เช่นนี้ก็ไม่เสียหายถึงความสัมพันธ์ของสองแคว้น เรื่องนี้องค์หญิงวางใจได้”
“ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านั้นองค์หญิงรู้ได้อย่างไรว่าพวกเราจะแพ้? ฝึกซ้อมผลัดกันรุกผลัดกันรับ พวกเราอาจจะทำร้ายองค์หญิงโดยไม่ตั้งใจก็ได้?”
เห็นทุกคนพูดคนละหนึ่งประโยค องค์ชายโฉมงามข้างๆ กลับไม่ปริปาก เพียงใช้ดวงตาคู่นั้นพินิจมองเฟิ่งจิ่ว เนิ่นนานถึงจะเอ่ยว่า “หากองค์หญิงเป็นกังวลจริง ไม่สู้พวกเราลงนามหนังสือรับประกันการฝึกซ้อมไว้ ไม่ว่าองค์หญิงหรือพวกเราล้วนฝึกซ้อมโดยสมัครใจ แค่ฝึกซ้อมเพียงเล็กน้อย แม้พลาดบาดเจ็บก็จะไม่เอาความ เป็นอย่างไร?”
“อืม ข้าคิดว่าความคิดนี้ดียิ่งนัก”
“ไม่เลว ข้าตกลงด้วย”
“จริงด้วย ลงนามหนังสือรับประกัน เป็นเช่นนี้ก็ยิ่งสะดวกสบาย”
ได้ยินว่าพวกเขาแต่ละคนต่างเห็นด้วย ดวงตาทุกคู่จ้องมองมา รอให้เธอเอ่ยปาก เฟิ่งจิ่วจึงหัวเราะ เผยรอยยิ้มบริสุทธิ์ไร้พิษสงออกมา “แน่นอน เป็นเช่นนี้ข้าก็ไม่ต้องกังวลแล้ว”
เมื่อเธอกล่าวจบ เหลิ่งซวงหยิบพู่กัน หมึก แท่นฝนหมึก และกระดาษมาจากห้วงมิติ สองมือยกมายังเบื้องหน้าเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วถือพู่กันเขียนข้อบังคับรับประกันการฝึกซ้อมอย่างกระฉับกระเฉง ทั้งหมดล้วนเป็นความสมัครใจทั้งสองฝ่าย หากพลาดบาดเจ็บจะไม่