นคนนั้นจะจัดการยังไง?”
เฝ่ยมารู้สึกไม่สบายใจกับท่าทีของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาขมวดคิ้วและพูดว่า “ลูกเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อ พวกเราไม่มีทางปฏิบัติต่อลูกไม่ดีหรอก”
เหมือนเขาจะคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่ต้องการขับไล่เฝ่ยชิงรั่วออกจากครอบครัวเฝ่ย จึงตั้งใจอธิบายเป็นพิเศษ “ชิงรั่วอยู่กับเรามานานหลายปี เธอกตัญญู เอาใจใส่ ทั้งยังรู้มารยาท แม่ของลูกชอบเธอมาก และเธอก็ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก พวกเราไม่อาจทนปล่อยเธอไปจากครอบครัวเฝ่ยได้หรอก เธอจะอยู่ในฐานะลูกสาวบุญธรรมและจะไม่คุกคามสถานะของลูก ลูกก็ไม่ควรมองเธอเป็นศัตรูมากเกินไป”
“แล้วเธอก็เป็นคนใจดีมาก ถ้าหากวันนี้เธอพบเจอเรื่องแบบนี้ จะต้องทนดูคนทวงหนี้พวกนั้นติดคุกไม่ไหวแน่ ดังนั้นลูกวางใจเถอะ เธอจะไม่แย่งชิงอะไรกับลูก พวกลูกทุกคนล้วนเป็นลูกสาวของพ่อ พ่อและคนอื่น ๆ ในครอบครัวจะปฏิบัติต่อลูกอย่างจริงใจ”
ฟัง ๆ แล้ว ครอบครัวเฝ่ยช่างมีน้ำใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจริง ๆ ช่างเป็นครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่นอย่างมาก
ถ้าหากเธอไม่รู้วาเฝ่ยชิงรั่วคือลูกสาวของเฝ่ยมากับชู้รัก เธอคงประทับใจกับคำพูดนี้ไปแล้ว!