ตั้งแต่แรกพบได้ งามเสียจนคนไม่อาจละสายตาจริงๆ”
“เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่มีโอกาสพบ ตอนนี้ก็โผล่มาเสียแล้ว ช่างมีวาสนาจริงๆ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมพวกเราไม่เชิญนางมาร่วมวงเล่า? นางเป็นเจ้าบ้าน แน่นอนว่าต้องไม่ละเลยแขกอย่างพวกเราสิถึงจะถูก พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?” องค์ชายที่อายุยังไม่มากแต่หน้าตาค่อนข้างน่ากลัวเอ่ยปากถามยิ้มๆ สายตาก็จ้องเฟิ่งจิ่วที่อยู่ไม่ไกลตาเขม็ง
กลุ่มคนได้ยินแล้วดวงตาเป็นประกาย “เช่นนี้ดีแน่นอน มีองค์หญิงผู้งดงามเช่นนี้อยู่ด้วย นับเป็นเกียรติของพวกเราไม่ใช่หรือ?”
ขณะพูดคุยกัน พวกเขาแต่ละคนยิ้มพลางเดินไปทางนั้น คิดจะขวางทางเฟิ่งจิ่วไว้และเชิญนางมายังศาลา
เฟิ่งจิ่วมือจูงหงส์ไฟน้อยเดินไปยังตำหนัก คนที่ตามมาด้านหลังคือเหลิ่งซวงในชุดสีดำ ส่วนพวกหลัวอวี่ไปกับทางด้านองครักษ์ตระกูลเฟิ่ง
“คนพวกนั้นจ้องเจ้าตลอดเลย” หงส์ไฟน้อยจูงมือเฟิ่งจิ่ว สาวเท้าเล็กขาสั้นตามอยู่ข้างกายนาง สายตามองไปทางคนพวกนั้นอย่างไม่ชอบใจ
“คงเป็นองค์ชายจากแคว้นใกล้เคียงพวกนั้น ไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอก” เฟิ่งจิ่วไม่แม้แต่จะมองไปทางนั้น เดินหน้าต่อไป เธอคิดจะเข้าวังมาดูเสียหน่อยว่าท่านปู่ฝึกบำเพ็ญเป็นอย่างไรบ้างแล้ว และไม่คิดจะเสียเวลาอยู่กับคนพวกนั้น
“แต่พวกเขามาแล้วนะ” หงส์ไฟน้อยเอ่ย ดวงตาคู่นั้นกลิ้งกลอกไปมา ไม่รู้กำลังวางแผนร้ายอะไร เมื่อสิ้นเสียงเขาชายเจ็ดแปดคนนั้นก็มายังถึงเบื้องหน้า และขวางทางพวกเขาไว้
“