ท่านนี้คงเป็นองค์หญิงแห่งราชวงศ์เฟิ่งหวงเป็นแน่ นึกไม่ถึงว่าจะได้พบองค์หญิงเร็วเพียงนี้ ทำให้พวกเราประหลาดใจไม่สิ้นสุดจริงๆ” องค์ชายคนหนึ่งเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม สายตาพินิจมองเฟิ่งจิ่วผู้มีรูปโฉมโดดเด่นอย่างไม่เกรงใจ สายตาเสมองไป แม้แต่เหลิ่งซวงด้านหลังก็ยังไม่เว้น
“ได้ยินว่าองค์หญิงแห่งราชวงศ์เฟิ่งหวงรูปโฉมงามล่มเมือง วันนี้ได้พบถึงรู้ว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น องค์หญิง พวกเรากำลังดื่มเหล้าชมบุปผากันอยู่ทางนั้น ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะให้เกียรติร่วมวงด้วยได้หรือไม่?” องค์ชายอีกคนหนึ่งพูดขึ้นบ้าง สายตาหยุดลงบนร่างเฟิ่งจิ่วอย่างรุกราน
เหลิ่งซวงที่ตามอยู่ด้านหลังเฟิ่งจิ่วเผยสีหน้าเย็นชา โดยเฉพาะเมื่อเห็นพวกเขาแต่ละคนใช้สายตาน่ารังเกียจเช่นนั้นพินิจมองนายท่านของตนอย่างแทะโลม ไอสังหารบนร่างนางยิ่งปะทุออกมา แต่นายท่านไม่ปริปาก นางจะบังอาจไม่ได้ ทำได้เพียงฝืนกดความรู้สึกชั่ววูบว่าอยากจะฆ่าคนไว้
แม้แต่เฟิ่งจิ่วยามนี้ยังขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตากวาดมองทางคนตรงหน้าพวกนี้ น้ำเสียงสดใสทว่าห่างเหิน “ขออภัย ข้ามีธุระจึงไม่อาจร่วมด้วย” กล่าวจบก็จูงหงส์ไฟน้อยเดินไปข้างหน้า ทว่ามือคู่หนึ่งกลับกางขวางตรงหน้าเธอ
………………………………………………….