าจะทนไม่ไหวและไปยุ่งกับราชวงศ์เฟิ่งหวงอีก
แต่เขาได้รับความอับอายมากเพียงนั้น จะยอมแพ้เช่นนี้ได้อย่างไร!
สำหรับสาวน้อยงามล้ำที่ซุกซนเอาแต่ใจและงดงามราวเปลวไฟ เขาเปลี่ยนจากความชอบใจในวินาทีแรกกลายเป็นความยึด ให้เขาปล่อยไปหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไร!
แต่เมื่อนึกถึงชายชุดคลุมดำคนนั้นและกลุ่มอำนาจเบื้องหลัง เนี่ยเถิงกลับไร้เรี่ยวแรงไปชั่วขณะหนึ่ง
เจ้าตำหนักยมราช ชายคนนั้นเป็นเจ้าแห่งตำหนักยมราชกลุ่มอำนาจที่กระจายไปทั่วทุกแคว้นใหญ่! เนี่ยเถิงจะมีกำลังไปสู้กับเขาได้เช่นไร? แค่นึกถึงแรงกดดันทำลายล้างโลกที่แฝงมากับแววตาเย็นเยียบดุดัน ถึงตอนนี้หัวใจเขาก็ยังคงสั่นเทิ้มอยู่บ้าง
มือเขากำหมัดขึ้นแน่น นัยน์ตาฉายประกายว่าจะต้องได้มาครอง กล่าวเสียงเบาว่า “ข้าไม่ปล่อยไปหรอก! เฟิ่งชิงเกอ ข้าจะต้องได้ตัวเจ้ามา!”
แคว้นมหาสันติ ภายในตระกูลหลินเมืองซานเจียง
ตั้งแต่ผู้เฒ่าเฟิ่งจากไป ซู่ซีก็นั่งเกียจคร้านมาตลอด เฝ้ามองไปโดยไม่สนใจอะไรเลย หลายวันนี้พูดได้ว่าใช้ชีวิตนับวันเวลาไปวันๆ
เมื่อหลินป๋อเหิงกับหลินเฉิงจื้อเดินเข้ามา เห็นนางนั่งเท้าคางอยู่ในลานบ้าน สองคนมองหน้ากัน จากนั้นหลินเฉิงจื้อขานเรียกอย่างยิ้มแย้ม “ท่านน้า วันนี้อากาศไม่เลว ออกไปเดินเล่นไม่ดีกว่าหรือ?”
………………………………………………….