ที่เหลือยังต้องขอท่านหัวหน้าช่วยข้าคอยระวัง ข้าต้องไปก่อน” หลังจากพยักหน้า เธอก็พาเหลิ่งซวงออกจากห้องปีก
หลังออกจากตลาดมืด เธอนั่งรถม้ามุ่งไปยังพระราชวัง
บนท้องพระโรง เฟิ่งเซียวกำลังปรึกษาหารืออะไรบางอย่างกับคนอื่นๆ ได้ยินทหารอารักขาด้านนอกเข้ามารายงาน บอกว่าองค์หญิงกลับมาแล้ว จึงเงยหน้ามองไปโดยพลัน กลับไม่เห็นแม้แต่เงาคน กระทั่งผ่านไปสักพักถึงจะเห็นลูกสาวเดินมาทางนี้ด้วยฝีเท้านวยนาด
“ท่านพ่อ” เธอขานเรียก ก่อนจะเดินเข้ามา สายตามองผ่านบนร่างเหล่าองครักษ์วัยกลางคน
“คุณหนูใหญ่” พวกเขาคารวะ กล่าวกับเฟิ่งเซียวว่า “ข้าน้อยขอตัวก่อน” พูดจบก็ถอยห่างออกไป
“เสี่ยวจิ่ว ข้ากำลังจะไปหาเจ้าเลย! มาสิ มานั่งตรงนี้ ข้าจะให้เจ้าดูกำหนดการช่วงนี้เสียหน่อย” เขากวักมือเรียกให้เธอเดินเข้าไป
เฟิ่งจิ่วเดินหน้ามานั่งลงข้างกายเขา
“สินสอดทั้งหมดเตรียมไว้พอประมาณแล้ว ข้าอยากถามว่าการส่งสินสอดให้ใครไปจะเหมาะสมที่สุด?” เรื่องนี้เดิมควรเป็นเรื่องที่คนเบื้องล่างต้องจัดการ แต่เฟิ่งจิ่วมีความคิดของตัวเองเสมอมา เขาคิดว่าเรื่องนี้ลองถามนางเสียหน่อยอาจจะดีกว่า
“เรื่องนี้หรือ!” แววตาเธอสั่นไหวเล็กน้อย คิดไปคิดมาก็เอ่ยยิ้มๆ ว่า “เช่นนั้น ถึงเวลาข้าจะไปเป็นตัวแทนท่านปู่เองเจ้าค่ะ!”
………………………………………………….