พวกเขาเสียหน่อย”
ดวงตาดำขลับของเขาสั่นไหวเล็กน้อย มองนางที่สีหน้าสงบ ถามว่า “เจ้าไม่มีอะไรจะบอกข้าหรือ?”
เฟิ่งจิ่วหันหน้ามองเขาเล็กน้อย เผยรอยยิ้มออกมา “ดูแลตัวเองด้วย”
ได้ยินเช่นนี้ ใจเขาไร้เรี่ยวแรงไปชั่วขณะ ถามว่า “ข้าคิดอย่างไรกับเจ้า หรือว่าที่ผ่านมานี้เจ้าไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด?” กล่าวจบ ไม่รอเธอเอ่ยปากก็บอกอีกว่า “จากไปครั้งนี้ข้าไม่อาจมาหาได้อีก คำถามนี้เจ้าอย่าเก็บซ่อนความรู้สึกอีกเลย ตอบข้ามาเถอะ”
เมื่อได้ยินคำพูดช่วงท้ายที่ทั้งแข็งกร้าวและเอาแต่ใจ เธอเงยหน้ามองเขา ถามว่า “หากข้าบอกว่าไม่รับ ท่านจะปล่อยไปเช่นนี้หรือ?” คำพูดนี้เหมือนเฟิ่งจิ่วเคยถามไปแล้ว
ทว่า หลังจากเซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินคำพูดนี้ก็มองลึกซึ้งที่นาง เอ่ยอย่างเอาแต่ใจว่า “ไม่มีทาง! เจ้าเป็นผู้หญิงที่ข้าถูกใจ จะเป็นได้เพียงผู้หญิงของข้าเท่านั้น!”
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่ ใบหน้าที่งดงามไร้คนเทียบแย้มยิ้มออกมา นั่นเป็นรอยยิ้มที่แสนสุขสบายใจ เป็นรอยยิ้มที่มาจากหัวใจ ทั้งงดงามและเจิดจรัสชวนให้หวั่นไหว
เขามองเฟิ่งจิ่วเงียบๆ จ้องมองนาง พร้อมทั้งจดจำใบหน้ายิ้มแย้มไว้ในห้วงความทรงจำ มองรอยยิ้มที่เบ่งบาน มองดวงตาโค้งยิ้มที่ฉายประกายบางๆ ความตึงเครียดบนร่างเขาค่อยๆ จางหายไป รู้สึกเพียงว่ารอยยิ้มที่งดงามที่สุดในโลกหล้าก็คือรอยยิ้มตรงหน้านี้…
………………………………………………….