ีลูกชายไม่น้อย แต่ทำไมไม่เห็นใครเลย?”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชำเลืองมองนาง เห็นสีหน้านางไม่เข้าใจ จึงเอ่ยปากคลายความสงสัย “หากเป็นลูกชายตระกูลใหญ่ ทั้งคนโตคนเล็กล้วนต้องถูกส่งเข้าไปฝึกบำเพ็ญและร่ำเรียนในสำนักศึกษา หนึ่งปีจะกลับมาหนึ่งถึงสองครั้ง เป็นปกติที่จะไม่เห็นใคร”
“อ้อ? เช่นนั้นทำไมพวกตระกูลในราชวงศ์เฟิ่งหวงข้าถึงไม่มี?” เธอกะพริบตาถาม
“แคว้นเล็กระดับเก้ายังไม่ถึงระดับนั้น แม้อยากส่งเข้าสำนักศึกษาก็ยังไม่มีคุณสมบัติ แต่ข้าจำได้ว่าทุกสามปีพวกเจ้าจะมีการแข่งขันเกณฑ์คนเข้าสำนักศึกษาหนึ่งครั้ง”
“อืม เหมือนจะเป็นเช่นนั้น แต่ว่ากันว่าแม้จะเข้าร่วมได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา เพราะว่าถูกปัดตกไป” เธอกล่าว คิดๆ แล้วยังถามอีกว่า “เริ่มจากสำนักศึกษาหกดาราแห่งแคว้นเหินเวหาแล้วกัน คล้ายจะเคยอ่านข้อมูลมาว่าสำนักศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับแคว้นระดับหกลงไปคือสำนักศึกษาหกดารา”
“ไม่เลว” เขาพยักหน้า ดวงตาลึกล้ำหยุดลงบนร่างนาง “รอจัดการเรื่องปู่เจ้าเรียบร้อยก็เข้าไปฝึกบำเพ็ญที่สำนักศึกษาหกดาราเสีย! ด้วยคุณสมบัติเจ้า หากเข้าไปอยู่ในรายชื่อผู้มีพรสวรรค์ได้ภายในหนึ่งปีก็เข้าร่วมการคัดเลือกของสำนักศึกษาอื่นได้แล้ว”
………………………………………………….