าปู่นางอยู่ที่นี่ ดังนั้นจึงเข้ามาดูเสียหน่อย? แค่ดูหรือ?’
“แค่กๆ!”
เขากระแอมไอ ใบหน้าน่าเกรงขามฉีกยิ้มที่คิดเอาเองว่าเป็นมิตรออกมา “เช่นนั้น เจ้าหนูเฟิ่ง เอ่อ ไม่สิ แม่หนูเฟิ่ง ข้ากับปู่เจ้าเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าผู้นำตระกูลหลินหรอก เรียกข้าว่าท่านปู่หลินก็ได้”
“เจ้าค่ะ ท่านปู่หลิน” ใบหน้าเฟิ่งจิ่วมีรอยยิ้ม ราวกับคนช่างพูดช่างจา ท่าทางน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง
“เรื่องนี้ แม้ตอนนั้นจะลักพา…เอ่อ เชิญปู่เจ้ามา แต่พวกเราก็สนใจสถานการณ์ทางฝั่งพวกเจ้า เดิมคิดว่าหากถึงเวลาต้องการความช่วยเหลือจะลงมือ แต่คาดไม่ถึงว่าเจ้ากับพ่อจะจัดการเรื่องได้ดีถึงเพียงนั้น หลังจากรู้เรื่องข้ายังบอกปู่เจ้าเป็นพิเศษว่าเขามีหลานสาวดี”
สีหน้าหลินป๋อเหิงกระอักกระอ่วน ลักพาตัวปู่นางมาแล้วหลานสาวเขามาหาถึงบ้าน เขารู้สึกร้อนตัวอย่างที่อธิบายไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายชุดคลุมดำคนนั้นกวาดมองมาทางเขาอยู่บ่อยครั้ง ความรู้สึกกดดันมหาศาลยิ่งทำให้ฝ่ามือเขามีเหงื่อซึม ในใจกลืนไม่เอาคลายไม่ออก ถึงขั้นตึงเครียด
“ท่านปู่หลินไม่จำเป็นต้องกระวนกระวายใจ ข้าไม่ได้ถือโทษพวกท่าน” เฟิ่งจิ่วเอ่ยยิ้มๆ “ข้ามาหาถึงที่นี่ได้ ก็สืบเจอเรื่องท่านปู่และท่านน้าซู่ซี ครั้งนี้มาดูเสียหน่อยว่าท่านปู่มีแผนการเช่นไร หากเขาอยากอยู่ที่นี่ข้าจะกลับไปบอกท่านพ่อเสียก่อน ท่านพ่อจะได้ไม่เป็นห่วง”
“เหอะๆ ที่แท้เจ้าก็รู้เรื่องพวกเขาสองคนแล้ว?