่ได้ยินเสียงนางเลย?
ในใจเขานึกสงสัย กระวนกระวายไม่สงบใจ จึงดึงผ้าห่มออกอย่างระมัดระวัง แล้วโผล่หัวออกมาจากข้างในมองไปทางบนเตียง เห็นแต่นางนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเบ้าตาแดงเล็กน้อย ยกแขนเสื้อขึ้นร่ำไห้เบาๆ
เห็นเช่นนี้ จู่ๆ หัวใจเขาก็บีบรัดขึ้นมา ขานเรียกอย่างขาดความมั่นใจและขลาดกลัวว่า “ซะ ซู่ซี?”
ซู่ซีวางแขนเสื้อลง มองไปทางเขาทั้งเบ้าตาแดงเรื่อ กัดปากเบาๆ พลางมองเขาอย่างลึกซึ้ง “พี่ซานหยวน หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องเช่นข้ามอบกายให้ท่านแล้ว จะไม่ยอมรับหรือ? หากท่านไม่อยากแต่งกับข้าจริง เช่นนั้นตอนนี้ข้าจะบอกพี่ใหญ่ให้เตรียมคนส่งท่านกลับไป จากนี้ข้าจะไม่ตามตื๊อท่านอีกแล้ว” พูดจบนางก็ลุกขึ้นเดินออกไป
“ไม่ใช่ ซู่ซี เจ้าอย่าเข้าใจผิด ขะ ข้า…”
มือข้างหนึ่งรีบร้อนดึงนางไว้ อีกมือกอดผ้าห่มปิดร่างพลางลุกขึ้นยืน เห็นนางที่เบ้าตาแดงก่ำ เขาก็ทอดถอนใจอยู่ในใจ บอกไปอย่างสัตย์จริงว่า “ขะ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“ไม่ได้หมายความเช่นนั้น? ไม่เคยคิดจะแต่งกับข้าใช่หรือไม่? ข้ารู้ รู้ว่าในใจท่านไม่มีข้า ดังนั้นถึงปล่อยให้ข้ารอท่านมาตลอด รอมาหลายสิบปีท่านก็ไม่มีทีท่าอะไร ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตอนนี้ข้าจะให้พี่ใหญ่ส่งท่านกลับไปหาลูกชายกับหลานสาวที่ใจท่านคิดถึงเสมอมา”
“ไม่ๆๆ ในใจข้ามีเจ้า มีเจ้าอยู่ เสียแต่ขะ ข้า…”
ผู้เฒ่าเฟิ่งร้อนใจจนไม่รู้จะเอ่ยปากเช่นไร และไม่รู้ต้องพูดอย่างไรถึงจะดี เขานึกไม่ถึงว่าเรื่องจะกลายเป