ๆ เสี่ยวจิ่ว เจ้าตื่นแล้ว” อวี๋เหล่ามองหนุ่มน้อยที่เดินลงมาพลางหัวเราะ
“อวี๋เหล่า? ท่านมาได้อย่างไรขอรับ?” เฟิ่งจิ่วเอ่ยถาม มาที่เบื้องหน้าของทั้งสอง
อวี๋เหล่ายิ้มๆ บอกว่า “ข้าเหมาห้องปีกไว้ในเหลาสุราด้านหน้าไม่ไกล ไปถึงที่นั่นค่อยคุยกันเป็นอย่างไร?”
“ขอรับ” เธอยิ้มรับ แล้วพาเหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาออกไป
บริเวณชั้นสอง หลิงโม่หานเห็นนางตามพวกเขาออกไป ก็ดึงสายตากลับแล้วเรียกฮุยหลางกับอิ่งอีขึ้นมา
หลังจากมาถึงห้องปีกในเหลาสุรา อวี๋เหล่าช่วยทั้งสองแนะนำตัวเสียก่อน จากนั้นถึงเอ่ยปากบอก “ดังนั้นหลังจากหัวหน้ารู้เรื่องก็บอกว่าจะมาเยี่ยมเจ้าด้วยตัวเองสักหน่อย อยากลองโน้มน้าวเจ้าอีกครั้งว่าจะรับตำแหน่งผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ที่สมาคมเราได้หรือไม่”
“ถูกต้อง คุณชายจิ่ว ข้าปรับสิทธิพิเศษให้สูงขึ้นได้อีก ท่านจะได้รับของบรรณาการและผลประโยชน์เป็นสองเท่า ซ้ำยังจะรายงานให้สมาคมระดับหนึ่งกับระดับสองทราบ เป็นเช่นนี้ไม่ว่าแคว้นใด ขอเพียงท่านไปที่นั่นก็รับสิทธิประโยชน์สูงสุดของผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ได้ เพียงแต่ข้อนี้ หากในอนาคตทางสมาคมมีเรื่องอะไรที่จำเป็นต้องให้ช่วย ก็ขอคุณชายโปรดช่วยเหลือด้วย”
หัวหน้าสมาคมกลัวว่าเขาจะไม่สนใจผลประโยชน์เดิม ด้วยเหตุนี้จึงบอกว่าจะปรับผลประโยชน์ขึ้นอีก รวมถึงลงบันทึกเข้าสมาคมระดับหนึ่งและสอง หวังเพียงว่าเด็กหนุ่มจะตอบรับค่าตอบแทนดีๆ เช่นนี้
“เช่นนี้เอง…”
เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้ว สีหน้