กันจนเกือบถึงเที่ยง ตอนพวกเขาเดินออกจากเหลาสุรา อวี๋เหล่าบอกจะส่งเฟิ่งจิ่วกลับแต่ก็ถูกปฏิเสธ
“ไม่ต้องหรอก อยู่ใกล้ๆ ข้างหน้านี้เอง พวกท่านกลับไปเถอะ ไม่ต้องไปส่ง” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ พลางบอกกับทั้งสอง
“เช่นนั้นก็ดี อีกหน่อยคงมีโอกาสพบกันอีกแน่นอน” สองคนพูดจบถึงจะประสานมือบอกลา มุ่งหน้าไปยังสมาคมอย่างเต็มไปด้วยความสุข
รอจนพวกเขาเดินไปไกล เฟิ่งจิ่วโยนๆ ป้ายหยกในมือ เอ่ยอย่างยิ้มแย้มว่า “สิ่งที่ควรเป็นของเจ้าก็จะเป็นของเจ้า หนีไม่พ้นหรอก”
เหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาที่ยืนอยู่ด้านหลังนางมองหน้ากัน ต่างเผยรอยยิ้มออกมา สำหรับพวกเขาแค่นายท่านมีความสุขก็พอแล้ว
เฟิ่งจิ่วเห็นถนนใหญ่มีคนสัญจรไปมาคึกครื้น แววตาวูบไหวเล็กน้อย ภาพเมื่อคืนเหมือนไม่เคยมีอยู่ ซ้ำยังกลับคืนเป็นปกติ มีฝีมือและวิธีจัดการเช่นนี้ เห็นทีภูมิหลังหลิงโม่หานจะไม่ธรรมดาจริงๆ
เป็นตระกูลชั้นสูงจากแคว้นระดับสาม? หรือเป็นเชื้อพระวงศ์? เดาว่าตัวตนเขาคงสูงส่งห่างไกลกว่านี้อีก!
ครั้นมาถึงโรงเตี๊ยมกลับไม่เห็นหลิงโม่หานอย่างเกินคาด มีเพียงฮุยหลางเฝ้าอยู่ในโรงเตี๊ยมรอพวกเขา แม้แต่อิ่งอ็ยังไม่เห็น
“นายท่านเจ้าล่ะ? ออกไปแล้วหรือ?” เธอแปลกใจอยู่บ้าง นึกไม่ถึงว่าเจ้าหมอนั่นจะออกไปข้างนอก
“นายท่านออกไปทำธุระนิดหน่อย อาจจะกลับมาเย็นๆ บอกว่าคุณชายจิ่วไม่ต้องรอ ควรกินก็กิน ควรดื่มก็ดื่ม” ฮุยหลางฉีกยิ้มกว้าง พลางส่งต่อคำพูดของนายท่านตัวเอง
“หึ ใครจะรอกัน