วกลับห้องไปแล้ว จึงมองทางฮุยหลาง “เจ้านี่โชคดีไม่เบา ยาที่คุณชายจิ่วปรุงออกมาฤทธิ์ยาไม่ด้อยไปกว่าของคนพวกนั้นแน่นอน ไม่แน่ว่าหากเจ้าดื่มยาขวดนี้ลงไป คงบรรลุถึงระดับกำเนิดวิญญาณได้ทันที”
ยามนี้ฮุยหลางลิงโลดอย่างยิ่ง ทว่ายังไม่ลืมตัว เก็บยานั้นไปอย่างระมัดระวัง “นายท่านบอกว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งบรรลุระดับกำเนิดวิญญาณ ให้ข้าวางรากฐานจนมั่นคงเสียหน่อย รอเขาบอกว่าได้ค่อยบรรลุขั้น ถึงเวลานั้นรากฐานจะมั่นคงมาก หนทางการฝึกบำเพ็ญจะยิ่งยืนยาว”
“นี่ เจ้าว่านายท่านไปไหนแล้ว ทำไมออกไปนานเพียงนี้ยังไม่กลับมาอีก?” ฮุยหลางมองไปรอบๆ ไม่เห็นร่างนายท่านเขาจริงๆ จึงอดไม่ได้ที่จะแปลกใจอยู่บ้าง
นิสัยนายท่านเป็นคนชอบอยู่ในห้องมากกว่า และไม่อยากออกไปเดินเหิน เดิมคิดว่าไปเดินเล่นละแวกนี้สักพักจะกลับมา ใครจะรู้ว่าตอนนี้ยังไม่เห็นตัวคน
แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสองต่างนึกไม่ถึงคือ หลังจากเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป นายท่านของพวกเขาก็กลับมา แต่ด้านหลังกลับมีผู้หญิงคนหนึ่งตามมาด้วย!
“ไม่ใช่กระมัง? ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” ฮุยหลางตาค้าง นายท่านออกไปรอบเดียวก็ยั่วยวนใครจากที่ไหนมาแล้ว?
“ดูแล้วเหมือนจะคุ้นตานิดหน่อย” อิ่งอีพูดพลางจ้องมองผู้หญิงคนนั้นที่ตามอยู่ด้านหลังนาย
“คุ้นตา? นึกไม่ออกเลย ข้ารู้แค่ว่าหากคุณชายจิ่วรู้ เดาว่าคงเป็นเรื่องใหญ่แน่” ฮุยหลางกล่าวไปเช่นนี้ แม้แต่อิ่งอียังนิ่งเงียบไปเช่นกัน
สีหน้าหลิงโม่หานถมึงทึง