ในเวลานี้เอง…
“แค่ก!”
เสียงไอเบาๆ ดังมา ทำให้เขากับภูตหมอตกใจกันหมด มองไปทางหลิงโม่หานที่กำลังจ้องมองพวกเขาทางนี้ มือข้างหนึ่งหลังจากปิดปากและไอเบาๆ ก็ค่อยๆ วางลง ไม่เข้าใจความหมาย
หลิงโม่หานเหลือบมองทั้งสองคน แววตาลึกล้ำกวาดมอง ก่อนหยุดลงบนร่างเหลิ่งหวาข้างๆ สั่งเสียงเข้มว่า “ยังไม่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ามาให้นายท่านเจ้าอีก?”
คนในห้องพลันกลายเป็นหินเมื่อได้ยิน ความตกตะลึงบนหน้าเผยออกมาทันใดอย่างไม่อาจปิดบัง
โดยเฉพาะหัวหน้าเคอ ยิ่งอ้าปากค้างด้วยความตื่นตกใจ มองชายที่ไว้เคราหนาอย่างตาค้างไปบ้าง คะ คำพูดนี้หมายความว่าอะไร? จะให้มือคุณชายจิ่วแตะมือเขาไม่ได้หรือ?
ริมฝีปากขยับ อยากจะส่งเสียงเอ่ยถาม แต่เมื่อเห็นสายตาชายหนุ่มที่นั่งตัวตรงสุขุมมั่นคงกวาดมองมาอย่างเย็นชา ก็รู้สึกเพียงว่าเย็นวาบบนแผ่นหลัง กระสับกระส่ายทันใด
ได้ยินเช่นนี้ เหลิ่งหวามองนายท่านแวบหนึ่ง แล้วถึงจะหยิบผ้าเช็ดหน้าบางๆ ผืนเล็กจากในแขนเสื้อออกมาปิดบริเวณข้อมือของหัวหน้าเคอ พลางพูดอธิบาย “นายท่านข้าจะตรวจชีพจรเช่นนี้เสมอแหละขอรับ”
“ข้าไม่รู้ระเบียบของคุณชายจิ่ว โชคดีที่…ที่คุณชายหลิงท่านนี้เตือนไว้” เขายิ้มหน้าเหยเก หัวหน้าตลาดมืดผู้สง่างามกลับหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าชายมีเคราหนาผู้นี้ เดาว่าพูดออกไปคงไม่มีใครเชื่อ
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองหลิงโม่หานเหมือนยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม จากนั้นยื่นนิ้วออกมาสองสามนิ้วและกดลงบนข้อมือหัวหน้าเคอ พอต