รวจไปก็ตกใจอย่างอดไม่ได้ ต่อมาจึงค่อยยิ้ม “หัวหน้าเคอ ท่านไม่ต้องกังวลไป ผ่อนคลายหน่อย ชีพจรเต้นเร็วเกินไปจะวินิจฉัยไม่แม่นยำ”
“อ้อ ได้ๆๆ” แม้เขาจะรับปากไปเช่นนี้ แต่เห็นดวงตาชายเคราหนาจับจ้องพวกเขาตรงนี้ตลอด ร่างกายจึงไม่อาจผ่อนคลายลงได้
เห็นเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ดึงมือกลับมา “เช่นนี้ไม่ได้ ตรวจไม่พบเลย กินอะไรก่อนดีกว่า ประเดี๋ยวค่อยตรวจอีกแล้วกัน!” พูดจบเธอก็มองหลิงโม่หาน ถามด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ “ท่านอา ข้าเห็นช่วงนี้ท่านไอบ่อยๆ อายุมากแล้วสุขภาพไม่ค่อยดีใช่หรือไม่? หรือว่าต้องให้ข้าดูหน่อย?”
หลิงโม่หานได้ยินเช่นนี้ก็ยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มน้ำอีกครั้งอย่างค่อนข้างเก้กัง ดวงตามองไปอีกทางหนึ่ง ไม่ได้ตอบรับคำพูดนาง
สายตาหัวหน้าเคอพินิจมองทั้งสองคนกลับไปกลับมา เห็นพวกเขาท่าทางแปลกๆ เช่นนี้ ในหัวก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ‘สองคนนี้คงไม่ได้เป็นพวกรักร่วมเพศกระมัง?’
ตั้งแต่เข้ามาเมื่อครู่ สายตาของชายไว้เคราหนาก็จับจ้องบนตัวภูตหมอตลอด ภูตหมอจะจับชีพจรให้ตนเขายังให้ใช้ผ้าเช็ดหน้ากั้นไว้ นึกถึงตรงนี้ ใบหน้าชราแดงเรื่อ ใช้ชีวิตมาจนแก่เฒ่าเพียงนี้แล้วเพิ่งเคยเจอพวกตัดแขนเสื้อเป็นครั้งแรก
………………………………………………….