ก็เห็นฮุยหลางกลายเป็นหิน แข็งทื่อมองเธออยู่ตรงนั้น จึงมองทางหลิงโม่หานที่ดื่มชาอย่างอดไม่ได้
“ท่านอา? ข้าทำผิดไปหรือ?”
หลิงโม่หานจิบน้ำชา เหลือบมองนางที่ทำหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว ก่อนจะบอก “ผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของสมาคมนักปรุงยามีที่ให้แค่สี่คน พลังแทนตัวพวกเขาไม่ธรรมดา อีกอย่างผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์แค่แขวนชื่อไว้เท่านั้น แต่สามารถสุขสมกับผลประโยชน์ต่างๆ จากสมาคมนักปรุงยารวมถึงที่พักพิงของสมาคมด้วย”
น้ำเสียงเขาชะงัก มองสาวน้อยที่ตาค้างไปบ้างแล้ว ตรงริมฝีปากเผยรอยยิ้มและกล่าวต่อไปว่า “หนำซ้ำทุกปียังมีของบรรณาการมากมายและยาทิพย์ล้ำค่าอีกหลายร้อย นอกจากนี้ยังเข้าร่วมกิจกรรมใหญ่ๆ ที่สมาคมจัดขึ้นได้โดยอิสระ ยามเข้าออกสาขาต่างๆ ของสมาคมก็จะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมารยาทในทุกๆ ด้าน หากเป็นสถานที่ที่มีสาขาของสมาคมผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ยิ่งมีความสะดวกสบายมากมาย”
เขาเล่นถ้วยชาในมือ พูดอีกว่า “สมาคมนักปรุงยาที่เจ้าไปสอบประเมินนี้เป็นสมาคมทั่วไป ผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์มีเพียงหนึ่งตำแหน่ง หมายความว่ายิ่งไม่ธรรมดา” พูดถึงตรงนี้นัยน์ตาเขาฉายแววหยอกล้อ “แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะไม่สนใจลาภยศเช่นนี้ ถึงปฏิเสธไปทันที”
“ตาเฒ่าอวี๋คนนี้! ตาเฒ่าอวี๋คนนี้นี่!”
สีหน้าเฟิ่งจิ่วเสียใจและเจ็บใจ “ตาเฒ่าอวี๋แค่บอกข้าว่ามีผลประโยชน์ ข้านึกว่าเป็นประโยชน์ทั่วไป…ใครจะรู้ว่ามีผลดีมากมายเพียงนี้! จะรั้งคนไว้ยังบอกผลประโยชน์ค