เสี่ยวจิ่ว” เขาหัวเราะลั่น ยิ่งมองอีกฝ่ายยิ่งพอใจ พลางบอกว่า “เสี่ยวจิ่ว พวกเราไปคุยกันอย่างละเอียดที่โถงใหญ่เถอะ เชิญ”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ก่อนจะสาวก้าวเดินออกไปพร้อมกับเขา
อาจารย์คุมสอบสามคนนั้นตกใจ อึ้งไปพักใหญ่ถึงจะได้สติกลับมา สามคนมองหน้ากัน แล้วรีบร้อนตามออกไป ยกงานสอบประเมินให้นักปรุงยาของสมาคมสามคนอื่น…
เมื่อผู้ที่รออยู่ด้านนอกเสียเนิ่นนานเห็นอวี๋เหล่ากับหนุ่มน้อยชุดแดงเดินออกมาพลางพูดคุยยิ้มหัว แต่ละคนต่างเบิกตาโต รู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง แต่พวกเขาเข้าใกล้ไม่ได้ จึงทำได้เพียงมองสามสี่คนนั้นค่อยๆ เดินไกลออกไป
“หนุ่มน้อยนั่นเป็นใครกัน?”
“เด็กหนุ่มนั่นเป็นคนแรกที่เข้าไปสอบประเมิน ดูท่าทางจะสอบผ่านแล้ว?”
“ต่อให้สอบผ่าน อวี๋เหล่ากับอาจารย์คุมสอบสามคนนั้นก็ไม่มีเหตุผลจะต้องมีท่าทีเช่นนั้นกระมัง? หรือว่าบ้านเด็กคนนั้นจะมีทรัพย์สินมากมาย?”
ครั้นเอ่ยเช่นนี้ พลันนำมาซึ่งสายตาเกลียดชังจากผู้คนโดยรอบ “ต่อให้บ้านมีทรัพย์สินมากกว่านี้ ก็ไม่อยู่ในสายตาของนักปรุงยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์อวี๋หรอก ต้องรู้ไว้ว่าแม้แต่คนจากราชวงศ์พวกนั้นก็ยังต้องประจบประแจงเขา ไหนเลยเขาต้องไปประจบประแจงคนอื่นด้วย?”
คนอื่นๆ ต่างพยักหน้า ถูกต้อง ไม่ว่านักปรุงยาหรือนักเล่นแร่แปรธาตุล้วนเป็นคนที่ฐานะสูงส่ง แม้แต่ผู้แข็งแกร่งที่มีวรยุทธ์แกร่งกล้า ตลอดชีวิตยังห่างจากนักปรุงยาหรือนักเล่นแร่แปรธาตุไม่ได้ ถึงขั้นแม้เป็นผู้แข