็งแกร่งวรยุทธ์แกร่งกล้ากว่านี้ ปกติก็จะไม่จงเกลียดจงชังนักปรุงยาหรือนักเล่นแร่แปรธาตุ
ห้องโถงใหญ่ของสมาคมเป็นสถานที่รับรองแขก พวกนักปรุงยาที่เข้ามาสอบประเมินไม่อาจเหยียบย่างเข้ามา ยามนี้เฟิ่งจิ่วกลับมาถึงที่นี่ภายใต้การนำทางของอวี๋เหล่าตรงหน้า
เหล่าผู้เรียนปรุงยาอาศัยตอนส่งน้ำชากับขนมอบให้แอบพินิจมองเฟิ่งจิ่ว อยากรู้ว่าทำไมอวี๋เหล่าถึงให้ความสำคัญกับหนุ่มน้อยชุดแดงเช่นนี้ แต่พวกเขาไม่กล้าหยุดอยู่ต่อ หลังจากส่งน้ำชากับขนมอบก็ถอยออกไป
“มิน่าแม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดยังสนใจเจ้า เหอะๆ พรสวรรค์เช่นนี้หายากจริงๆ คิดดูแล้ว เจ้าต้องมาจากตระกูลหมอยาเป็นแน่?” อวี๋เหล่าลูบๆ เคราพลางหยีตายิ้มมองเฟิ่งจิ่ว ในใจวางแผนว่าจะดึงตัวเด็กหนุ่มไว้อย่างไรดี หากเขากลายเป็นขุนนางคนต่างแคว้นของสมาคมนักปรุงยาได้ เช่นนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อสมาคมทีเดียว
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ไม่ได้วางแผนอย่างละเอียด เพียงถามว่า “อวี๋เหล่า การสอบประเมินครั้งนี้ถือว่าสำเร็จแล้วกระมัง?”
“การสอบประเมินเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากรับเหรียญตราแค่ต้องหยดเลือดเจ้าลงไปรับรองก็พอ” อวี๋เหล่ากล่าวพลางหัวเราะ เสียงชะงักไป ก่อนเอ่ยอีก “เสี่ยวจิ่ว ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากปรึกษากับเจ้าเสียหน่อย”
“เชิญอวี๋เหล่าพูดมาเถอะขอรับ” เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบน้ำชาเบาๆ
“ยาน้ำที่เจ้าปรุงกลั่นออกมา ไม่ทราบว่าต้องการขายหรือไม่ ข้าจะเป็นตัวแทนสมาคมซื้อขายกับเจ้า ให้ราคาที่น