่ยถามอย่างไม่สนใจใยดี
ได้ยินคำพูดนี้แววตาผู้ดูแลหวงก็ฉายแววเล็กน้อย ถึงจะเอ่ยยิ้มๆ ว่า “เหอะๆ ขอแนะนำให้แขกผู้มีเกียรติรู้จัก สองท่านนี้คือผู้รับใช้ตลาดมืดแคว้นมหาสันติ อันที่จริงครั้งนี้เข้ามาเพื่อปรึกษาเรื่องบางอย่างกับข้า พอดีได้ยินว่ามีคนถือป้ายประจำตลาดมืดมา ตอนแรกสงสัยจึงเข้ามาด้วยกัน หวังว่าท่านจะไม่ถือสา”
“โอ้? ที่แท้ก็เป็นคนของตลาดมืด” เธอถึงจะหยักหน้า วางถ้วยชาลงลุกยืนขึ้น สายตาหยุดลงบนร่างสองคนนั้น บอกว่า “ข้ามีธุระจะคุยกับผู้ดูแลเหิงเสียหน่อย สองท่านควรจะกลับไปก่อนใช่หรือไม่?”
“อันที่จริงข้าก็มีเรื่องจะคุยกับคุณชายพอดี ขอรบกวนเวลาคุณชายสักเดี๋ยวเถอะ” ชายวัยกลางคนพูดจบ สายตาก็จับจ้องบนร่างเฟิ่งจิ่วและไม่คิดจะกลับไป
ได้ยินเช่นนี้เฟิ่งจิ่วก็เลิกคิ้วขึ้น มองชายวัยกลางคนที่ใช้สายตาพินิจมองตั้งแต่เข้ามาเมื่อครู่ทำให้เธอไม่ชอบใจยิ่งนัก สะบัดเสื้อคลุมกลับไปนั่งบนเก้าอี้อีกรอบ เอนพิงพนักเก้าอี้พลางเอ่ยถามอย่างมีความสนใจบางส่วน “จะคุยกับข้าเรื่องอะไร? ลองว่ามาซิ”
“ไม่ทราบว่าป้ายประจำตลาดมืดนี้เป็นของคุณชาย? หรือพ่อท่าน?” ชายวัยกลางคนเอ่ยปากทันควัน
กล่าวไปเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วดวงตาฉายแวว รอยยิ้มตรงริมฝีปากยิ่งลึกขึ้น “แล้วมันต่างกันหรือ?”
………………………………………………….