ป๋อเหิงจึงยังไม่บอกซู่ซีมาตลอด แต่ใครจะรู้…
ใครจะรู้ว่าซู่ซียิ้มขึ้นเล็กน้อย มองหลินป๋อเหิงพลางบอกว่า “พี่ใหญ่ เขายังเป็นพี่ซานหยวนเสมอ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
“เฮ้อ! ช่างมันเถอะๆ ตามใจเจ้าแล้วกัน! อย่างไรเสียเจ้าก็จับตัวมาแล้ว ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย” เขาพูดพลางโบกๆ มือ กิริยาพลันชะงักไป บอกว่า “ดูซิ โดนเรื่องเจ้ามารบกวน แทบจะลืมเรื่องสำคัญไปเลย”
“เรื่องสำคัญอะไร?” นางเอ่ยปากถาม
“ข้าจะไปเรียกซานหยวนออกมา เรื่องนี้เป็นเรื่องทางด้านตระกูลเฟิ่ง” หลินป๋อเหิงกล่าว ยิ้มพลางเดินไปทางประตูที่ปิดสนิทและตะโกนว่า “ซานหยวน รีบออกมาเถอะ ข้ามีข่าวดีมาบอกเจ้า”
“พี่ใหญ่ ท่าน ท่านมีอะไรก็บอกมา ตรงนี้ข้าฟังได้ยินอยู่ จะไม่ออกไปหรอก” ผู้เฒ่าเฟิ่งที่หลบอยู่ด้านในกันตรงประตูไว้ แล้วดื่มเหล้าเพื่อปลอบขวัญ ใบหน้าชราแดงก่ำ มือเท้าสั่นเทาเล็กน้อย เหมือนจะตกใจมากจริงๆ
ไม่ตกใจได้ด้วยหรือ? เขาแก่ชราแล้วจึงอดตกใจไม่ได้จริงๆ
ได้ยินเสียงเขาด้านในสั่นเครือเล็กน้อย หลินป๋อเหิงก็หันกลับมามองน้องสาวตาเขียวว่าทำให้คนตกใจเสียจนพูดจายังเสียงสั่น
ซู่ซีเพิ่งถูกเขาทำให้โกรธ ถึงจะพูดออกไปเช่นนั้น ยามนี้ใจเย็นลงแล้วก็รู้สึกขอโทษพอควร ยิ่งเห็นเขาตกใจเพราะคำพูดนางจริงๆ ทันใดนั้นจึงทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง
นางไม่อยากทำให้เขาตกใจจริงๆ
“พี่ซานหยวน ท่านออกมาเถอะ! ข้าแค่พูดเล่น” นางเอ่ยปากด้วยความเสียใจ
ผู้เฒ่าเฟิ่งด้านในนั่งบังประตูอยู่