้งนี้ข้าว่าจะพาเหลิ่งหวาไปด้วย เมื่อครู่ข้าไม่เห็นเขาเลย เจ้าลองไปดูสิว่าเขาอยู่ไหน บอกเขาทีว่าถึงเวลาค่อยไปด้วยกันกับพวกเรา”
เมื่อได้ยิน เหลิ่งซวงดวงตาเป็นประกาย ใบหน้ามีความยินดีเอ่อล้นออกมาโดยพลัน “ขอบคุณนายท่านมากเจ้าค่ะ” ขอบคุณที่ให้โอกาสน้องชายนางได้ออกไปเปิดหูเปิดตา
“มีอะไรต้องขอบคุณ? ไปเถอะๆ! ข้าเองจะแวบไปดูพวกหลัวอวี่เสียหน่อย จะได้กำชับเรื่องที่ต้องจับตาให้มากๆ” เธอโบกๆ มือ ให้สัญญาณนางออกไปหาเหลิ่งหวาก่อน
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงขานรับอย่างซาบซึ้ง แล้วถึงจะไปหาน้องชายเพื่อบอกข่าวดีกับเขา
เมื่อเฟิ่งจิ่วหาพวกหลัวอวี่พบ พวกเขากำลังประลองยุทธ์กับองครักษ์อยู่ในลานฝึกยุทธ์ เห็นเช่นนี้เธอจึงเรียกพวกเขามาข้างๆ เพื่อบอกธุระ
ทว่าเพิ่งพูดออกไปไม่ทันไร ก็ได้ยินหลัวอวี่ส่งเสียงอุทานอย่างตกตะลึง “หา? นายท่านจะออกไปอีกแล้ว? ซ้ำยังไม่พาพวกเราไปด้วย? นายท่าน แม้ท่านไม่พาพวกเราแปดคนไป อย่างไรก็พาข้าไปด้วยเถอะ! ข้าตามไปคุ้มกันท่านได้นะขอรับ!”
ได้ฟังเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วก็มองเขาอย่างไม่ปิดบังความรังเกียจแม้แต่น้อย “แค่เจ้า?”
………………………………………………….