จาซี้ซั้วล่ะ!”
“พูดจาซี้ซั้วอะไร?” ทีแรกเขาไม่เข้าใจจึงเพ่งมองนาง แต่เมื่อเห็นท่าทางนางเล่นหูเล่นตาก็รู้ในทันที
มุมปากเขากระตุก มองท้องฟ้าอย่างหมดคำพูด ผู้หญิงคนนี้กลัวว่าเขาจะพูดเรื่องคืนนั้นที่นางเมาเละเทะหรือ?
“อืม เจ้าเตือนข้าพอดีเลย หากพ่อเจ้ารู้ว่าเราสองคนไปถึงขั้นนั้นแล้ว จะยิ่งวางใจให้เจ้าติดตามข้างกายข้าแน่” เขาเอ่ยอย่างจริงจัง ในดวงตาดำขลับลึกล้ำกลับมีรอยยิ้มแวบผ่าน มุมปากยังยกมุมโค้งเล็กน้อยอย่างที่ไม่อาจสังเกต
เห็นเขาเอามือไพล่หลังสาวก้าวเดินออกไป เฟิ่งจิ่วก็ตกใจ รีบร้อนวิ่งตามไป “ท่านเจ้าตำหนัก ข้าเห็นว่าช่วงนี้ท่านผู้อาวุโสทั้งหล่อ เสน่ห์ความเป็นชายมากล้น…”
“ผู้อาวุโส?”
“แหะๆ พูดผิดไป ท่านนับเป็นผู้อาวุโสไม่ได้ อย่างมากก็เป็นเสน่ห์ชายชาตรีระดับท่านอา”
“ท่านอา?” เจ้าตำหนักแค่นเสียงหยัน “ปีนี้ข้าเพิ่งอายุยี่สิบห้า มากกว่าเจ้าเก้าปีเท่านั้น”
“อืม… เช่นนั้นเรียกพี่ใหญ่?” เธอถามอย่างระมัดระวัง
เจ้าตำหนักชายตามองนาง กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ทำไมตอนเจ้าทั้งลูบทั้งกอดข้าถึงไม่เรียกพี่ใหญ่บ้าง?”
………………………………………………….