ม่สนใจพวกเขา แต่มองไปยังเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “คืนนี้ต้องให้ข้าช่วยหรือไม่” เขาจำได้ว่านางเคยบอกว่าชอบจัดการธุระด้วยตนเอง ไม่ชอบให้เขายื่นมือช่วยสุ่มสี่สุ่มห้า ด้วยเหตุนี้จึงเข้ามาถามเสียหน่อย ถึงอย่างไรก็ไม่รู้ว่าผู้ครองแคว้นแสงสุริยันคนนั้นมีกำลังซ่อนไว้เท่าใด แล้วนางจะรับมือได้หรือไม่
“ไม่ต้อง เรื่องนี้ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว คงไม่เกิดเหตุไม่คาดฝันอะไร มู่หรงป๋อตอนนี้เป็นแค่คนไร้ประโยชน์เท่านั้น ส่วนคนใต้อาณัติเขาพวกนั้น ในเมื่อเจ้านายไม่ได้เรื่อง ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะภักดีด้วย”
คืนนี้เธอต้องการให้มู่หรงป๋อรู้ เมื่อยั่วยุตระกูลเฟิ่งกับเธอแล้ว ไม่ใช่บอกว่าจะถอนตัวก็ถอนตัวได้แน่! เขาจะต้องชดใช้อย่างเจ็บปวดเพราะความโง่เขลาของตน! ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนชะตาเขาไม่ได้!
เห็นกลางหว่างคิ้วนางเต็มไปด้วยประกายแสงเช่นปกติ เหมือนเรื่องทุกอย่างมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาจึงพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว ข้าจะไม่ยุ่ง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มีแรงดึงดูดกล่าวจบ เขามองอย่างลึกล้ำไปที่นาง บอกอีกว่า “แต่อนาคตไม่ว่าเมื่อไหร่ หากต้องการให้ข้าช่วยเหลือเจ้าจะต้องบอก ไม่ว่าเมื่อไหร่ ข้าล้วนเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจสำหรับเจ้า” เขายื่นมือออกไป ส่งป้ายคำสั่งให้
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วดวงตาฉายแววเล็กน้อย หัวใจสั่นไหวเบาๆ ยามมองชายหนุ่มตรงหน้าที่มีท่าทางจริงจัง เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี สายตาเคลื่อนไปหยุดลงบนป้ายคำสั่งแผ่นนั้นในม