รงว่าคงไม่เหมาะสม ยามนี้จวนตระกูลเฟิ่งมีผู้แข็งแกร่งคอยพิทักษ์ กลัวว่า…ผัวะ! เคร้ง!”
ยังไม่ทันพูดจบ ถ้วยชาใบหนึ่งก็ปะทะหน้าผากเขา จากนั้นร่วงลงพื้นแตกเป็นเสี่ยง เลือดอุ่นๆ ไหลออกมาจากบริเวณหน้าผากคนผู้นั้น เขาไม่กล้าเช็ด เพียงรีบก้มหน้าลงไม่พูดอะไรอีก
“พูดมา! ลองห้ามดูอีกสิ!”
มู่หรงป๋อจ้องมองทุกคนเบื้องล่างด้วยแววตาดุร้าย “ใครกล้าขัดขวางอีก ข้าจะฆ่ามันก่อน!”
“กระหม่อมจะเร่งไปรวมพลล้อมโจมตีจวนตระกูลเฟิ่งคืนนี้! และจะจับกุมเฟิ่งชิงเกอกับเฟิ่งเซียวกลับมามอบให้ท่านผู้ครองแคว้นจัดการพ่ะย่ะค่ะ!” ด้านล่างมีคนรีบเอ่ยขึ้น ไม่กล้าขัดความตั้งใจเขาอีก
อันที่จริง ทุกคนต่างรู้ว่าจวนตระกูลเฟิ่งยามนี้ไม่อาจแตะต้องได้ แต่ผู้ครองแคว้นมีบัญชาลงมา พวกเขาจะไม่ทำได้อย่างไร? หากไม่ทำตามถึงเวลาไม่ต้องถูกฆ่าตาย เกรงว่าคงโดนเขาฆ่าเสียตรงนี้แล้ว
สำหรับการล้อมโจมตีจวนตระกูลเฟิ่ง ทุกคนเหมือนจะจินตนาการถึงภาพนั้นได้ นั่นคือทั้งกองทัพพินาศสิ้น!
ตัวประหลาดเฒ่าระดับกำเนิดวิญญาณก็มากพอจะบดขยี้ทั้งแคว้นแสงสุริยันได้แล้ว ยิ่งกว่านั้นผู้แข็งแกร่งที่แค่ดีดนิ้วก็คร่าชีวิตตัวประหลาดเฒ่าระดับกำเนิดวิญญาณนั่นได้ยังอยู่ในจวนตระกูลเฟิ่ง สั่งพวกเขาไปล้อมโจมตี ถือว่ารนหาที่ตายชัดๆ เลยไม่ใช่หรือ?
ผู้ครองแคว้นทรมานเพราะโรคนั้นจนเสียสติถึงได้คิดเพ้อฝันเช่นนี้ พวกเขาทำไม่ได้ และเข้าใจชัดเจนว่าจุดจบจากการล้อมโจมตีจวนตระกูลเฟิ่งคืออ