มีมือหนึ่งกำลังหยอกล้อหัวใจเขาเบาๆ สะกิดจนหัวใจทั้งคันยิบและอ่อนยวบ…
“หึๆๆ…”
เธอหัวเราะเบาๆ แล้วลุกยืนขึ้นยื่นสองมือออกไปประคองใบหน้าเขา ดวงตาคู่งามที่มึนเมาจับจ้องรูปโฉมองอาจหล่อเหลาเบื้องหน้า จากนั้นหัวเราะเจ้าเล่ห์ “ข้าจะตรงไปตรงมากับท่านแล้วกัน! ข้าปรารถนาความงามของท่านมาตั้งนานแล้ว ท่านว่า ทำไมถึงมีคนที่งดงามเช่นท่านได้? อืม ไม่ใช่สิ ท่านไม่ใช่คน…”
ยามได้ยินคำพูดนาง หัวใจเขาร้อนรุ่มไปหมด ประกายที่สว่างวาบในดวงตาดำช่างน่าตกใจ นั่นคือความปลาบปลื้มและสุขใจ เป็นความรู้สึกพิเศษที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยอย่างหนึ่ง เขารู้แค่ว่านางดื่มเหล้าเมาจนสติเลอะเลือน แต่คำพูดที่เอ่ยกลับทำให้หัวใจเขาลอยล่องขึ้นมา
ความโกรธสุมอกเอย หญิงหอนางโลมเอย หรือการปฏิเสธซ้ำๆ อะไรเอย ยามนี้ล้วนถูกโยนทิ้งไปจากห้วงความคิด หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขารู้แค่ว่ากับผู้หญิงคนนี้ ชั่วชีวิตนี้เขาจะไม่ปล่อยมือไป!
“ข้าไม่ใช่คน? เช่นนั้นเป็นอะไร?” เขาเอ่ยถามอย่างขบขัน มือหนึ่งโอบพานางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเข้ามาในอ้อมอก ให้นั่งลงบนตักตัวเอง
เฟิ่งจิ่วเมาเสียจนกู่ไม่กลับ คำพูดจาล้วนล่องลอย คำใดที่ปกติไม่พูด ยามนี้ล้วนเอ่ยออกจากปากได้ ครั้นรู้สึกว่าโดนเขาดึงมานั่งลงบนตัก เธอหัวเราะคิกคักพลางโอบคอเขาด้วยใบหน้างามเลิศที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“เป็นเก้าอี้ที่นุ่มมาก” ระหว่างพูด เธอจงใจบิดตัวเล็กน้อย สัมผัสความนุ่มสบายของเก้าอี้ แต่ไ