เธอยิ้มหยีตาที่มึนเมา คลอเคลียในอ้อมแขนเขาประหนึ่งแมวน้อย
รอยยิ้มบนหน้าเจ้าตำหนักยมราชผุดขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจห้าม เพียงสองสามก้าวก็มาถึงห้องด้านใน ทว่าเวลานี้เอง กลับเห็นสาวน้อยที่ซุกอยู่ในอ้อมอกตบๆ ตรงแขนเขา
“ปล่อยข้าลง”
“เอิ๊ก! รีบๆ ปล่อยข้าลงสิ…” เธอเรออีกครั้ง สีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
“ไม่ปล่อย” เตียงใหญ่อยู่ใกล้แค่ตรงหน้า มอมเหล้านางไม่ใช่ง่ายๆ โอกาสเช่นนี้จะพลาดได้อย่างไร?
ได้ยินเช่นนี้เฟิ่งจิ่วก็ขมวดคิ้ว สองมือเลิกสาบเสื้อตรงหน้าอกเขาออก ซุกหน้าเล็กๆ ไปด้านในแล้วอาเจียนทันที…
เจ้าตำหนักที่เดิมทีพูดอย่างไรก็ไม่ปล่อย และในดวงตามีเพียงเตียงใหญ่หลังนั้น ยามนี้ร่างกายแข็งทื่อ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างยากจะเชื่อ
เขาก้มหน้ามองสาวน้อยในอ้อมกอด เห็นเพียงว่านางอาเจียนเสร็จสักพักก็เอามุมเสื้อเขามาเช็ดปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างใสซื่อ คล้ายกำลังบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า ท่านไม่ยอมปล่อยข้าลงเอง…
“เอ่อ ข้ากลั้นไม่อยู่จริงๆ” เธอกะพริบดวงตา ใบหน้าไร้เดียงสา เพราะดื่มเหล้าไปจึงรู้สึกว่าหนังตาหนักขึ้นเรื่อยๆ หลังจากอาเจียนออกมาตอนนี้ร่างกายสบายขึ้นไม่น้อย ด้วยเหตุนี้จึงฉีกยิ้ม หลับไปอย่างช้าๆ
“เฟิ่งจิ่ว!”
เจ้าตำหนักยมราชร้องลั่นอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เสียงนี้ดังชัดเจนอย่างยิ่งในยามค่ำคืน แทบทำให้คนทั้งจวนตระกูลเฟิ่งแตกตื่น…
เวลาเที่ยงวันต่อมา เฟิ่งจิ่วเพิ่งตื่นนอน เมื