นหน้านี้เธอหามาให้ท่านปู่ไม่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณคละคลุ้ง รสชาติก็ไม่หอมกลมกล่อมเช่นนี้ แต่นับว่าเป็นของชั้นดีแล้ว เหล้าชนิดนี้อย่างน้อยเธอก็ยังไม่เคยเห็นในแคว้นเหินเวหาด้วยซ้ำ
เจ้าตำหนักยมราชชายตามองเธอ “อีกชาม? เจ้าคิดว่านี่เป็นน้ำเปล่าหรืออย่างไร? กินอาหารเถอะ!”
“ดื่มน้อยเกินไป ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกอะไรเลย” เธอเท้าคางยิ้มมองเขา “ท่านมาดื่มเหล้ากับข้าไม่ใช่หรือ ในเมื่อมาแล้วก็อย่างกเลย ดื่มเหล้าจะไม่สนุกกันเต็มที่ได้อย่างไรเล่า?
“เหล้านี้ฤทธิ์แรงมาก เจ้าจะรับไม่ไหวเอา”
“วางใจเถอะ ข้าไม่เมาหรอก ถึงเมาก็จะไม่ทำอะไรรุ่มร่าม สบายใจได้!” เธอพูดพลางโบกๆ มือ ไม่ใส่ใจอะไร
ทว่าเมื่อชายหนุ่มได้ยินคำว่าทำอะไรรุ่มร่าม ดวงตาดำขลับลึกล้ำมองนางแวบหนึ่ง เห็นนางดื่มเหล้าไปแค่ครึ่งชามดวงตาก็เลื่อนลอยบ้างแล้ว บอกว่าไม่เมา แต่สีหน้าที่คล้ายเมาคล้ายไม่เมานั้นกลับทรงเสน่ห์ยิ่งนัก เขามองเสียจนหัวใจเต้นรัว
ทันใดนั้นในหัวก็คิดเพ้อฝันจิตนาการ ทำอะไรรุ่มร่ามยามเมา…
“ท่านจะนิ่งกอดไหเหล้าทำไม? รีบรินเหล้าสิ!”
เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้ว เพราะดื่มเหล้าทั้งที่ท้องว่าง ซ้ำยังดื่มเสียหนัก ใบหน้างามเพริศพริ้งจึงขึ้นสีแดง ดูน่าหลงใหลภายใต้แสงเทียน นางในเวลานี้ต่างไปจากปกติ ภายในความเอื่อยเฉื่อยยังมีความเย้ายวนทรงเสน่ห์ มองเช่นไรก็น่าดึงดูดเช่นนั้น
เขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว แววตาลึกล้ำละจากใบหน้านางที่ออกจะเมามายเย้ายวนใจ กระ