ว”
ยามมองทั้งสองคนเดินเข้ามาใกล้ นางขมวดคิ้ว “พวกเจ้า…” เพิ่งจะเอ่ยก็เจ็บตรงหลังคอ เหลิ่งซวงหมดสติไป
เห็นเหลิ่งซวงล้มลงบนพื้น ฮุยหลางถลึงตามองอิ่งอี “ทำไมเจ้าไม่รับนางไว้?”
อิ่งอีมองค้อนเขา บอกว่า “ทำไมเจ้าไม่รับเองเล่า”
“ข้าเห็นว่าเจ้าอยู่ใกล้กว่า!”
“ข้านึกว่าเจ้าจะรับ”
สองคนพูดจบก็ยืนมองตาปริบๆ โดยพูดไม่ออกอยู่นาน ผ่านไปสักพัก ฮุยหลางถึงจะเอ่ยว่า “เจ้ารีบๆ อุ้มนางไปห้องทางนั้นเถอะ”
“เจ้าอุ้มสิ ข้าไม่อุ้มหรอก” อิ่งอีถอยห่างทันที ไม่แม้แต่จะมองเขา
ได้ยินเช่นนี้ อีกทั้งเห็นกิริยาที่อีกฝ่ายหลบเลี่ยงอย่างรวดเร็ว ฮุยหลางแทบอยากจะเข้าไปถีบขาคู่ เขาถลึงมองอิ่งอีด้วยความโหดเหี้ยม และมองเหลิ่งซวงที่หมดสติอยู่บนพื้น ลังเลสักพักถึงจะเข้าไปโน้มกายอุ้มขึ้นมา และพาเข้าห้องไป
ส่วนสองคนที่ดื่มเหล้าอยู่ในเรือนกลับเป็นอีกภาพหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วที่เดิมแค่คลุมเสื้อคลุม ยามนี้เสื้อคลุมบนร่างหลุดร่วงลงแล้ว เธอที่สวมเพียงชุดซับในยกชามดื่มเหล้าไปอึกใหญ่จนหมดเกลี้ยง แล้ววางชามลงบนโต๊ะอย่างแรง “รินมาอีก!”
เจ้าตำหนักยมราชที่นั่งอยู่ข้างๆ ชำเลืองมองสาวน้อยที่เมามายจนดวงตาพร่ามัวใบหน้าแดงก่ำ แววตาลึกล้ำสั่นไหว ไม่ได้รินเหล้าอีกแต่คีบอาหารให้นาง “กินอาหารบ้างสิ”
“เหล้า ข้าต้องการเหล้า” เฟิ่งจิ่วโบกๆ มือ ผลักชามเหล้าไปตรงหน้าเขา แล้วชี้ลงในชาม “ตรงนี้ รินมา”
เห็นเช่นนั้น เจ้าตำหนักจึงยกไหเหล้าขึ้นรินให้นางอีกชาม นี่