้องเรียก “เหลิ่งซวง หยิบชามมาสองใบ”
เจ้าตำหนักยมราชมองนาง แล้วเก็บแก้วเหล้าใบเล็กสองใบนั้นกลับ
ฮุยหลางที่ยืนมองภาพนี้อยู่ตรงประตูตาค้างไปบ้าง นั่นคือเหล้าวิญญาณชั้นเลิศ! หนึ่งหยดราคาพันชั่ง นึกไม่ถึงว่าภูตหมอคนนี้ยังจะใช้ชามดื่ม? ไม่สิ้นเปลืองบ้างได้ไหม?
หลังวางชามใบเล็กสองใบลง เหลิ่งซวงถอยออกไปยืนมองทั้งสองคนตรงประตู
“รินเหล้าสิ!” เฟิ่งจิ่วให้สัญญาณ เห็นเขาถือไหเหล้าไว้ทว่ากลับไม่ขยับ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร
“ไม่ต้องรีบ กับแกล้มยังไม่มาเลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างมีแรงดึงดูด ประหนึ่งสุราเลิศรสกลมกล่อม ทำให้เมามายอย่างยิ่งในยามค่ำคืน
“ดื่มเหล้าไหนเลยต้องมีกับแกล้มอะไร? ท่านไม่ดื่มงั้นข้ารินก่อน จะลองชิมว่าเหล้าวิญญาณชั้นเลิศมีรสชาติเช่นไร” เธอพูดจบก็ยื่นมือจะหยิบเหล้าไหนั้น ใครจะรู้ มือที่ยืนออกไปจับกลับโดนมือเขากดไว้
เธอเงยหน้ามองและพลันยิ้มขึ้นมา “อย่าเอาเปรียบข้าได้ไหม? ถึงจะแค่มือ แต่ก็เป็นมือของผู้หญิง!”
มุมปากเจ้าตำหนักกระตุกเล็กน้อยอย่างที่ไม่อาจสังเกต แววตาลึกล้ำจับจ้องนาง เขามองออกว่านางในคืนนี้ไม่ค่อยปกติจริงๆ เพราะเหตุใดกัน? เห็นชัดว่ากำลังยิ้ม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับมีความอ้างว้างและโดดเดี่ยวบางส่วน เขามองแล้วหัวใจบีบรัด
ชัดเจนว่าคนที่ถูกทำให้โกรธคือเขา คนที่ควรโมโหก็คือเขา แต่ทำไมดูแล้วเหมือนนางต่างหากที่เป็นคนน้อยใจ?
………………………………………………….