บก็บอก “เจ้าไปสั่งห้องครัวเตรียมข้าวปลาอาหารเถอะ”
“เฮ้อ! หนึ่งสิ่งย่อมกำราบอีกหนึ่งสิ่งสินะ” ฮุยหลางส่ายหน้า เดินตามออกไปเช่นกัน อยากไปดูเสียหน่อยว่าแม้แต่เขตเรือนของภูตหมอนายท่านจะเข้าไปได้หรือไม่
อีกทางหนึ่ง ภายในเขตเรือนของเฟิ่งจิ่ว เมื่อเหลิ่งซวงที่เฝ้าอยู่ในสวนหน้าเรือนเห็นเจ้าตำหนักยมราชเดินมาก็ตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงมาด้านหน้าเขาเพื่อขวางฝีเท้าเขาไว้ “นายท่านหลับไปแล้ว ท่านเจ้าตำหนักมีธุระอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้เถอะเจ้าค่ะ”
เจ้าตำหนักยมราชกวาดมองนาง แล้วสาวก้าวเดินเข้าไป เดินสองสามก้าวมาถึงหน้าเรือนก็ผลักเปิดประตูเข้าไป จากนั้นกลับไม่ได้ตรงไปยังห้องด้านใน แต่นั่งลงข้างโต๊ะตรงห้องด้านนอก
“ข้ามาดื่มเหล้ากับเจ้า”
คำพูดหนึ่งประโยคที่ทั้งแข็งกระด้างและทุ้มต่ำ ทำให้เฟิ่งจิ่วที่นอนบนเตียงห้องด้านในและยังไม่หลับฟังแล้วตกใจเบาๆ สีหน้าประหลาดพิกล
เหลิ่งซวงเห็นว่าขวางเขาไม่ได้ จึงเข้าไปบอกเฟิ่งจิ่วยังห้องด้านใน เฟิ่งจิ่วให้สัญญาณนางถอยไป ส่วนตัวเองลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมเดินออกมา เมื่อเห็นเจ้าตำหนักนั่งอยู่ข้างโต๊ะพลางจ้องมองเธอด้วยแววตาลึกล้ำ จึงกระชับเสื้อคลุมบนร่างพลางเดินเข้าไปถาม “ท่านมีเหล้าหรือไม่?”
ได้ยินคำถามนี้ เจ้าตำหนักชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะยกไหหนึ่งออกมาจากในห้วงมิติทันที “เหล้าวิญญาณชั้นเลิศ” ขณะเดียวกันยังหยิบแก้วเหล้าใบเล็กสีหยกออกมาสองใบ
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็ยิ้ม ก่อนร